ข่าวสาร

โรงเรียนช่างการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค รับสมัครเข้าศึกษาต่อเป็นนักเรียนช่างการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค 95 อัตรา

โรงเรียนช่างการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค มีความประสงค์จะรับสมัครนักเรียนที่สำเร็จการศึกษาชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 หรือเทียบเท่า ในปีการศึกษา 2564 และปีการศึกษา 2565 ตามหลักสูตรของกระทรวงศึกษาธิการ เพื่อคัดเลือกเข้าเป็นนักเรียนโรงเรียนช่างการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค ประจำปีการศึกษา 2566 จำนวน 95 คน โดยมีรายละเอียด ดังนี้

เปิดระบบรับสมัคร
ระหว่างวันที่ 25 ม.ค. – 4 ก.พ. 2566
กรอกใบสมัครทางเว็บไซต์
http://PEAEVS.thaijobjob.com
(ออนไลน์ ตลอด 24 ชม.)
1.หลักสูตร 3 ปี (ฮอทไลน์) จำนวน 55 คน
สำหรับผู้ที่สำเร็จการศึกษา ม.3 ในปีการศึกษา 2564 – 2565 และเกิดระหว่างวันที่ 1 ม.ค. 2549 – 31 มี.ค. 2551

2.หลักสูตรพิเศษ 1 ปี (ฮอทไลน์) จำนวน 40 คน
สำหรับผู้ที่สำเร็จการศึกษา ปวช. สาขาไฟฟ้า หรือไฟฟ้ากำลัง หรือไฟฟ้าอิเล็กทรอนิกส์ และเกิดระหว่างวันที่ 1 ม.ค. 2543 – 31 มี.ค. 2549

คลิกที่นี่เพื่ออ่าน คู่มือการรับสมัครสอบคัดเลือกบุคคลเข้าศึกษาต่อ โรงเรียนช่างการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค ปีการศึกษา 2566 หลักสูตร 3 ปี (ฮอทไลน์)
คลิกที่นี่เพื่ออ่าน คู่มือการรับสมัครสอบคัดเลือกบุคคลเข้าศึกษาต่อ โรงเรียนช่างการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค ปีการศึกษา 2566 หลักสูตรพิเศษ 1 ปี (ฮอทไลน์)

แม่ลูกอ่อนไม่ยอมทิ้งนม ปั๊มเองจากอกสุดเสียดาย กระดกดื่มเองหมดเกือบ 5 ลิตร

เมื่อวันที่ 20 ธันวาคม 2565 เว็บไซต์เอเชียวัน เผยเรื่องราวของคุณแม่วัยสาวรายหนึ่งในสิงคโปร์ ชื่อว่า เจมี่ ลิม วัย 29 ปี ซึ่งได้กลายเป็นประเด็นที่พูดถึงบนโซเชียลมีเดีย ภายหลังจากเธอออกมาอัดคลิปขณะที่เดินทางไปเที่ยวพักผ่อนที่ประเทศญี่ปุ่น แต่เธอไม่มีโอกาสได้ดื่มนมฮอกไกโดชื่อดังของที่นั่นเลย เหตุเพราะเธอเอาแต่ดื่ม “นมของตัวเอง

เจมี่ เป็นคุณแม่ลูกอ่อน เธอเพิ่งให้กำเนิดลูกน้อยไปเมื่อวันที่ 13 กันยายน ที่ผ่านมา และเธอก็ปั๊มนมให้ลูกดื่มเอง จนกระทั่งเมื่อช่วงต้นเดือนที่ผ่านมา เธอและสามีได้เดินทางไปเที่ยวที่ญี่ปุ่นด้วยกัน ซึ่งระหว่างที่ไปเที่ยวนั้น เธอก็ต้องปั๊มนมด้วย โดยเธอตั้งใจที่จะนำมันกลับไปให้ลูกน้อยได้ดื่ม แต่ดันเกิดปัญหาขึ้น

เจมี่ เผยว่า ในตอนแรกเธอตั้งใจจะเก็บน้ำนมที่ปั๊มออกมาใส่ไว้ในช่องฟรีซของตู้เย็นที่โรงแรมที่พักที่ญี่ปุ่น ซึ่งเธอได้อีเมลไปถามทางโรงแรมล่วงหน้าว่าสามารถทำได้หรือไม่ ทางโรงแรมก็อนุญาต แม้จะไม่แนะนำ เนื่องจากไม่สามารถรับประกันคุณภาพของนมที่จะแช่ได้

จนเมื่อไปถึงที่พักเจมี่ก็จำเป็นต้องแช่นมที่ปั๊มออกมาในช่องฟรีซ แต่ผลปรากฏว่า มีบางถุงไม่แข็ง ซึ่งสำหรับเธอคิดว่ามันแปลกมาก เพราะปกติแล้วนมเหล่านี้ใช้เวลาไม่นานที่จะแข็ง ด้วยความที่กลัวว่ามันจะเสีย เธอจึงไม่เสี่ยงที่จะนำกลับไปให้ลูกดื่ม

อย่างไรก็ตาม เมื่อมีความคิดที่ว่าต้องทิ้งนมที่เธอปั๊มออกมาเองจากอก เธอก็เสียดายจนทิ้งไม่ลง ท้ายที่สุดจึงจบลงด้วยการที่เธอตัดสินใจดื่มมันเองให้หมดทุกหยด แม้ว่ามันจะมีรสชาติที่ไม่น่าพึงพอใจ อีกทั้งเธอยังเป็นคนที่ไม่ชอบดื่มนมด้วย

“ฉันบอกตัวเองอยู่เรื่อย ๆ ว่า ควรเททิ้งไป แล้วค่อยปั๊มเอาใหม่ แต่สุดท้ายก็ทำไม่ได้ เพราะน้ำนมพวกนี้มันคือความพยายาม และความทุ่มเท” เจมี่ กล่าว

ดังนั้น ตลอดทั้งทริประหว่างที่เธอเที่ยวอยู่ที่ประเทศญี่ปุ่น เธอจึงกระดกดื่มนมของเธออยู่ตลอด ไม่ว่าจะเป็นในห้องของโรงแรม หรือออกไปยังที่สาธารณะ แม้กระทั่งบนเครื่องบิน ในคลิปวิดีโอแสดงให้เห็นว่า หลังจากที่เธอปั๊มนมใหม่ เธอก็ต้องดื่มนมเก่าของเธอ รวมทั้งหมดเป็นปริมาณ 4.45 ลิตร

“ปกติฉันไม่ใช่คนดื่มนม ฉันไม่ดื่มนมเลย มีดื่มบ้างระหว่างตั้งครรภ์เท่านั้น เพราะแพทย์บอกว่าทารกต้องการแคลเซียม” เจมี่ กล่าว พร้อมทั้งอธิบายว่าตอนที่เธอดื่มนมตัวเองนั้น จำเป็นต้องดื่มน้ำควบคู่ไปด้วย เพื่อเจือจางรสชาติของมัน

เจมี่ ยอมรับว่า นมแม่ที่ปั๊มออกมาใหม่ ๆ นั้นค่อนข้างหวานแต่ไม่ค่อยออกรสชาติ ทว่านมแม่แช่แข็งนั้นคาวมาก และเธอแทบจะอ้วกในครั้งแรกที่ได้ลอง

ทั้งนี้ทั้งนั้น ในท้ายที่สุดเมื่อถึงวันเดินทางกลับสิงคโปร์ เจมี่ก็นำถุงนมส่วนที่เหลือที่แข็งออกมาจากช่องฟรีซแล้วใส่กระเป๋าเก็บความเย็น เพื่อนำกลับบ้านไปให้ลูกน้อย

 

ที่มา-kapook

เลขเด็ดแก้บนท้าวเวสสุวรรณ งวดนี้ 30/12/65 โดน

หนุ่มนักธุรกิจทำพิธีแก้บนท้าวเวสสุวรรณ วัดเขาชายธงวราราม หลังขอโชคทำธุรกิจยอดพุ่งกว่า 10 ล้าน พร้อมจุดประทัดเสี่ยงโชค ขอเลขมงคล เลขเด็ดงวดนี้ 30/12/65 หวังตรวจหวยปัง ๆ

21 ธันวาคม 2565 มีหนุ่มนักธุรกิจรายหนึ่งได้ทำพิธีบวงสรวงและแก้บนองค์ท้าวเวสสุวรรณ บริเวณลานท้าวเวสสุวรรณ วัดเขาชายธงวราราม อ.ตากฟ้า จ.นครสวรรค์

โดยหนุ่มนักธุรกิจคนดังกล่าวเปิดเผยว่า ตนเห็นองค์ท้าวเวสสุวรรณมาตั้งแต่เด็ก จึงตั้งจิตอธิษฐานว่า หากตนลืมตาอ้าปากจากการทำธุรกิจได้จะกลับมาแก้บนและตอบแทน ซึ่งตอนนี้ตนก็ได้ผันตัวจากคนขายยำรถเข็นพ่วงข้างตามตลาดไปทำธุรกิจเสริมความงาม และมียอดขายกว่า 10 ล้านบาท ภายในระยะเวลาไม่ถึงปี

ทั้งนี้ ตนจึงมาทำพิธีแก้บนองค์ท้าวเวสสุวรรณตามที่ได้สัญญาไว้ ก่อนเสร็จพิธีก็ได้จุดประทัด 4,999 ดอก ซึ่งปรากฏเลขมงคลให้โชค คือ 52 และ 123

เป็นอย่างไรกันบ้าง คอหวยได้เลขเด็ดกันแล้วก็ไปหาซื้อลอตเตอรี่เสี่ยงโชคประจำงวดวันที่ 30 ธันวาคม 2565 กันได้ นอกจากนี้ยังมีแนวทางจากหวยกระปุก ซึ่งเซียนหวยสามารถเข้าไปเช็ก สถิติหวยออกเดือนธันวาคม สถิติหวยออกปี 2565 หรือ เลขดังสำนักอื่น ๆ ได้นะคะ ขอให้โชคดี เฮง ๆ ส่งท้ายปลายปีทุกคนค่ะ

ที่มา-kapook

นาทีสลด ผู้ปกครองร้องระงม คนร้ายกราดยิงศูนย์เด็กเล็ก ดับแล้ว32ศพ

เผยนาทีสลด ผู้ปกครองร้องระงม คนร้ายกราดยิงศูนย์เด็กเล็ก อ.นากลาง จ.หนองบัวลำภูดับแล้ว32ศพ คนร้ายใช้รถกระบะ วีโก้ 4 ประตู สีขาว หลบหนี

วันที่ 6 ต.ค.2565 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เกิดเหตุคนร้ายเข้าไปก่อเหตุกราดยิงในศูนย์พัฒนาเด็กเล็กของ อบต.อุทัยสวรรค์ อ.นากลาง จ.หนองบัวลำภู มีผู้ได้รับบาดเจ็บหลายรายทั้งเด็กและผู้ใหญ่ เบื้องต้นเสียชีวิต 32 ราย โดยตอนนี้คนร้ายอยู่ระหว่างการหลบหนี เจ้าหน้าที่ตำรวจกำลังเร่งไล่ล่า

รายงานเบื้องต้นระบุว่า คนก่อเหตุคือ ส.ต.ท.ปัญญา คำราบ เป็นอดีตตำรวจ สภ.นาวัง โดนไล่ออกจากราชการแล้วเกิดความเครียดแค้นก่อนจะมาก่อเหตุ โดยตอนนี้ยังไม่รู้คนร้ายหลบหนีไปทางไหน ขอให้ทุกคนระมัดระวัง และใครพบเจอรถพยาบาลช่วยหลบทางด้วย

ตอนนี้รถพยาบาลกำลังออกไปรับคนเจ็บ คนร้ายใช้รถกระบะ ยี่ห้อโตโยต้า วีโก้ 4 ประตู สีขาว มีรอยเฉี่ยวชนด้านหน้า หลบหนี ใครพบเจอระมัดระวังด้วย คนร้ายยังก่อเหตุมาเรื่อย ๆ ตามเส้นทาง

ขณะเดียวกันมีผู้ที่อยู่ในเหตุการณ์ได้เผยให้เห็นถึงบรรยากาศ โดยรอบที่เกิดเหตุ มีทั้งเจ้าหน้าที่ ชาวบ้าน รถฉุกเฉิน เข้ามาในพื้นที่อย่างโกลาหล ท่ามกลางเสียงร้องระงมของผู้ปกครอง

 

ที่มา-ข่าวสด

หนุ่มอัดคลิปขอเงิน 2.4 ล้าน บอกทำเงินได้ 100 ล้านใน 3 ปีคืนดอกสูง

คลิปที่ได้รับการวิพากษ์วิจารณ์อย่างหนัก เมื่อชายหนุ่มคนหนึ่ง สวมสูทและถ่ายคลิปตัวเองขอเงินชาวเน็ตมาลงทุนหลักล้าน โดยอ้างว่าตนเองนั้นจะทำให้เงินงอกเงยเป็นร้อยล้าน และจะคืนเงินให้พร้อมดอกเบี้ย 10% ใน 3 ปี

โดยคลิปดังกล่าวถูกระบุว่า “หากท่านเมตตา ผมสัญญาจะคืนท่านใน 1 ปี ถ้าผมได้เงินจำนวน 2.4 ล้าน ผมจะสามารถไปถึง 100 ล้านได้อย่างรวดเร็วก่อน 3 ปีด้วย คลิปนี้ถึงนายทุนนะครับ ถ้าหากว่านายทุนท่านไหนมีเงินเหลือเฟืออยู่แล้ว ไม่ได้เดือดร้อนตรงนี้ ถ้าท่านเห็นศักยภาพในตัวผม และเชื่อมั่นในตัวผม ท่านสามารถลงทุนในตัวผมได้

ที่สำคัญเงินที่ท่านลงทุนกับผม ผมจะคืนท่านให้เร็วที่สุดใน 1 ปี พร้อมดอกเบี้ย 10% ด้วย หรือท่านต้องการมากกว่านั้น ผมก็สามารถคืนท่านได้ ที่สำคัญเวลาผมไปถึง 100 ล้านเนี่ย ผมจะยืนขึ้นบนเวทีและเอ่ยชื่อท่านที่ให้โอกาสผม ให้เงินจำนวน 2.4 ล้านกับผม จนผมมาถึงจุดนี้นะครับ เพราะฉะนั้นผมขอบคุณมากนะครับ ถ้าท่านเมตตา เห็นความสามารถของผม ท่านสามารถสนับสนุนผมได้นะครับ ขอบคุณครับ”

งานนี้ชาวเน็ตแสดงความคิดเห็นกันถล่มทลายว่าดูทรงแล้วไม่น่าจะดีแน่ๆ พร้อมตั้งข้อสังเกตถึงการกระทำดังกล่าวว่าเป็นการทำที่ผิดกฎหมายด้วยหรือไม่

 

ที่มา-ข่าวสด

วิธีลงทะเบียน บัตรสวัสดิการแห่งรัฐ ผ่านเว็บไซต์ ตรวจสอบสถานะเริ่ม 16 ก.ย.65

เปิดรับลงทะเบียนบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ ปี 2565 แนะวิธีลงทะเบียนผ่านเว็บไซต์ และดาวน์โหลดเอกสาร ตรวจสอบสถานะผ่าน-ไม่ผ่าน 16 ก.ย. 65

นายพรชัย ฐีระเวช ผู้อำนวยการสำนักงานเศรษฐกิจการคลัง ในฐานะโฆษกกระทรวงการคลัง เปิดเผยว่ากระทรวงการคลังและหน่วยงานรับลงทะเบียนมีความพร้อมในการเปิดรับลงทะเบียนโครงการลงทะเบียนเพื่อสวัสดิการแห่งรัฐ (โครงการฯ) ปี 2565 ที่จะเริ่มเปิดรับลงทะเบียนวันแรกวันจันทร์ที่ 5 กันยายน 2565 ถึงวันพุธที่ 19 ตุลาคม 2565 โดยสามารถลงทะเบียนได้ผ่านทาง https://บัตรสวัสดิการแห่งรัฐ.mof.go.th หรือ https://welfare.mof.go.th

หรือ ผ่านหน่วยงานรับลงทะเบียน 7 หน่วยงาน ได้แก่ สาขาของธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) ธนาคารออมสิน ธนาคารกรุงไทย จำกัด (มหาชน) (ธนาคารกรุงไทยฯ) สำนักงานคลังจังหวัดทั้ง 76 จังหวัดทั่วประเทศ สังกัดกรมบัญชีกลาง ที่ว่าการอำเภอทั้ง 878 อำเภอทั่วประเทศ ภายใต้กระทรวงมหาดไทย สำนักงานเขตกรุงเทพมหานครทั้ง 50 เขต และศาลาว่าการเมืองพัทยา เมืองพัทยา รวมจุดรับลงทะเบียนไม่น้อยกว่า 7,000 จุด ทั่วประเทศ สำหรับการลงทะเบียนโครงการฯ ปี 2565 ในครั้งนี้จะเป็นการลงทะเบียนใหม่ทั้งหมด ดังนั้น ผู้มีบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ (บัตรฯ) ในปัจจุบันและผู้ที่ไม่เคยมีบัตรฯ จะต้องลงทะเบียนใหม่ทุกคน

สำหรับการลงทะเบียนผ่านทางเว็บไซต์ มีขั้นตอนดำเนินการ ดังนี้

  • เข้าไปที่เว็บไซต์ https://บัตรสวัสดิการแห่งรัฐ.mof.go.th หรือ https://welfare.mof.go.th เลือกปุ่ม “ลงทะเบียนสวัสดิการแห่งรัฐ”
  • เลือกปุ่ม “เริ่มลงทะเบียน” กรอกเลขบัตรประจำตัวประชาชน และ กดปุ่ม “ตรวจสอบข้อมูล”
  • กรอกข้อมูลตามบัตรประจำตัวประชาชน ได้แก่ ชื่อ สกุล วันเดือนปีเกิด และเลข laser หลังบัตร
  • กรอกข้อมูลผู้ลงทะเบียน ได้แก่ ที่อยู่ วุฒิการศึกษา สถานภาพครอบครัว (หากมีครอบครัว ต้องกรอกข้อมูลสมาชิกในครอบครัว) อาชีพ รายได้ และหนี้สิน
  • ตรวจสอบข้อมูลและกดปุ่ม “ยืนยันข้อมูล”
  • ผู้ลงทะเบียนที่โสด/ไม่มีครอบครัว กดยอมรับเงื่อนไขและยืนยันการลงทะเบียน เพื่อจบขั้นตอนการลงทะเบียน โดยไม่ต้องไปยื่นเอกสารหรือเดินทางไปหน่วยงานรับลงทะเบียน
  • ผู้ลงทะเบียนที่มีครอบครัว (มีคู่สมรส (สามีหรือภรรยาที่จดทะเบียนสมรส) และบุตรชอบด้วยกฎหมายที่มีอายุต่ำกว่า 18 ปีบริบูรณ์ เฉพาะที่ยังมีชีวิตอยู่ตามข้อมูลของกรมการปกครอง (แต่ไม่รวมบุตรบุญธรรม)) เมื่อกรอกข้อมูลทางเว็บไซต์สำเร็จ จะต้องเลือกหน่วยงานรับลงทะเบียนที่ผู้ลงทะเบียนสะดวก เพื่อไปยื่นเอกสารที่ลงลายมือชื่อครบถ้วนทั้งผู้ลงทะเบียนและสมาชิกในครอบครัวที่หน่วยงานรับลงทะเบียน ถึงจะถือว่าจบขั้นตอนการลงทะเบียน   (หากไม่ได้เดินทางไปยื่นเอกสารที่หน่วยงานรับลงทะเบียน จะถือว่าลงทะเบียนไม่สำเร็จ)
  • ผู้ลงทะเบียนสามารถตรวจสอบผลการลงทะเบียนได้ที่เว็บไซต์ https://บัตรสวัสดิการแห่งรัฐ.mof.go.th หรือ https://welfare.mof.go.th เลือกปุ่ม “ตรวจสอบสถานะการลงทะเบียน” ได้ตั้งแต่วันที่ 16 กันยายน 2565 เป็นต้นไป

ส่วนการลงทะเบียนผ่านหน่วยงานรับลงทะเบียนทั้ง 7 หน่วยงาน ผู้ลงทะเบียนจะต้องกรอกแบบฟอร์มลงทะเบียนให้ครบถ้วน พร้อมทั้งลงลายมือชื่อในเอกสารให้ครบถ้วนทั้งผู้ลงทะเบียนและสมาชิกในครอบครัว เพื่อนำไปยื่น ณ หน่วยงานรับลงทะเบียน ซึ่งจะต้องแสดงบัตรประจำตัวประชาชนตัวจริงของผู้ลงทะเบียน รวมถึงสำเนาบัตรประจำตัวประชาชนของคู่สมรสและบุตรพร้อมลงลายมือชื่อในกรณีที่คู่สมรสและบุตรไม่ได้เดินทางมาแสดงตัวที่หน่วยงานรับลงทะเบียน อย่างไรก็ดี หากคู่สมรสและบุตรของผู้ลงทะเบียนเดินทางมาแสดงตัว ณ หน่วยงานรับลงทะเบียนพร้อมแสดงบัตรประจำตัวประชาชนตัวจริงก็ไม่จำเป็นต้องใช้สำเนาบัตรประจำตัวประชาชนของคู่สมรสและบุตรของผู้ลงทะเบียน ทั้งนี้ แบบฟอร์มการลงทะเบียนสามารถดาวน์โหลดได้ที่เว็บไซต์ของโครงการฯ หรือติดต่อขอรับได้ที่หน่วยงานรับลงทะเบียนทุกหน่วยงาน

ดาวน์โหลดเอกสาร:

– แบบฟอร์มโครงการลงทะเบียนเพื่อสวัสดิการแห่งรัฐ ปี 2565 >>> คลิกที่นี่

– หนังสือมอบอำนาจ – หนังสือมอบฉันทะสำหรับผู้พิการ ผู้ป่วยติดเตียง หรือผู้สูงอายุ >>> คลิกที่นี่

สำหรับผู้ลงทะเบียนเป็นผู้พิการ ผู้ป่วยติดเตียง หรือผู้สูงอายุที่ไม่สามารถเดินทางมาลงทะเบียนได้ด้วยตนเอง สามารถมอบอำนาจให้ผู้อื่นมาลงทะเบียนแทนได้ ทั้งนี้ หนังสือมอบอำนาจสามารถดาวน์โหลดได้ที่เว็บไซต์ของโครงการฯ หรือติดต่อขอรับได้ที่หน่วยงานรับลงทะเบียนทุกหน่วย

การเปิดรับลงทะเบียนในครั้งนี้จะจัดให้มีผู้ช่วยอำนวยความสะดวกในการรับลงทะเบียนตามจุดรับลงทะเบียน โดยจะต้องเป็นผู้ที่มีภูมิลำเนาอยู่ในพื้นที่ หรือพื้นที่ใกล้เคียง เพื่อความคุ้นเคยกับผู้ลงทะเบียนและสามารถเดินทางได้อย่างสะดวก นอกจากนี้ กระทรวงการคลังมีความร่วมมือกับกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ในการขอความอนุเคราะห์ให้ความช่วยเหลือและอำนวยความสะดวกแก่กลุ่มเปราะบางในพื้นที่ ในการลงทะเบียน

หลังจากลงทะเบียนแล้วผู้ลงทะเบียนสามารถตรวจสอบสถานะการลงทะเบียนได้ทุกวันศุกร์ในแต่ละสัปดาห์ เริ่มตั้งแต่วันศุกร์ที่ 16 กันยายน 2565 เป็นต้นไป

หากผู้ลงทะเบียนพบว่าผลการลงทะเบียนไม่สมบูรณ์เนื่องจากข้อมูลผู้ลงทะเบียนหรือข้อมูลสมาชิกในครอบครัวไม่ตรงตามฐานข้อมูลกรมการปกครอง ผู้ลงทะเบียนสามารถติดต่อขอแก้ไขข้อมูลได้ ณ หน่วยงานรับลงทะเบียนที่ผู้ลงทะเบียนได้ยื่นแบบฟอร์มลงทะเบียน หากเป็นผู้ลงทะเบียนที่ไม่มีครอบครัวที่ลงทะเบียนผ่านเว็บไซต์สามารถติดต่อขอแก้ไขข้อมูลได้ ณ หน่วยรับลงทะเบียนที่ผู้ลงทะเบียนสะดวก หากตรวจสอบพบว่าผลการลงทะเบียนสมบูรณ์แล้ว จะมีการตรวจสอบคุณสมบัติผู้ลงทะเบียนกับหน่วยงานตรวจสอบคุณสมบัติต่อไป และจะมีการประกาศผลการตรวจสอบคุณสมบัติได้ในช่วงเดือนมกราคม 2566 โดยกระทรวงการคลังจะแจ้งวันประกาศผลการตรวจสอบคุณสมบัติให้ทราบอีกครั้ง

ทั้งนี้ การใช้สิทธิผ่านบัตรสวัสดิการในรอบใหม่จะเป็นการใช้สิทธิผ่านบัตรประจำตัวประชาชน ดังนั้น หลังการประกาศผล หากผู้ลงทะเบียนเป็นผู้ได้รับสิทธิบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ (ผู้ได้รับสิทธิฯ) ผู้ได้รับสิทธิฯ จะต้องไปยืนยันตัวตนผ่าน ธ.ก.ส ธนาคารออมสิน หรือธนาคารกรุงไทยฯ ได้ตั้งแต่วันที่ประกาศผลการตรวจสอบคุณสมบัติเป็นต้นไป ทั้งนี้ ผู้สนใจเกี่ยวกับโครงการฯ สามารถศึกษาข้อมูล เช่น คุณสมบัติของผู้ลงทะเบียน ระยะเวลาการดำเนินโครงการฯ ช่องทางการลงทะเบียน เป็นต้น เพิ่มเติมได้ที่ เว็บไซต์ https://บัตรสวัสดิการแห่งรัฐ.mof.go.th หรือ https://welfare.mof.go.th

อย่าไรก็ตาม ในช่วงเวลาที่มีการเปิดรับลงทะเบียนโครงการฯ ผู้ที่มีบัตรฯ ปัจจุบันยังคงได้รับสิทธิสวัสดิการปัจจุบันอย่างต่อเนื่อง จนกว่าจะมีการประกาศให้เริ่มใช้สิทธิสวัสดิการสำหรับผู้ได้รับสิทธิรอบใหม่ ซึ่งกระทรวงการคลังจะประกาศให้ทราบต่อไป

 

ข่าวจาก : PPTV Online

หมอผ่าคลอดแม่ เห็นเด็กยังไม่ถึงกำหนด เย็บแผลกลับเหมือนเดิม

เมื่อวันที่ 3 กันยายน 2565 เว็บไซต์มิเรอร์ เผยรายงานเคสทางการแพทย์ที่น่าตกใจ เมื่อหญิงตั้งครรภ์รายหนึ่งถูกส่งตัวไปเข้ารับการผ่าคลอด แล้วอยู่ ๆ ก็ถูกเย็บแผลกลับไปสู่สภาวะตั้งครรภ์ตามเดิม เมื่อแพทย์พบว่า ทารกยังไม่ถึงเกณฑ์กำหนดคลอด

เหตุการณ์เกิดขึ้นที่ประเทศอินเดีย ตามรายงานของเว็บไซต์ฮินดูสถานไทม์ส เผยว่า เดิมทีหญิงตั้งครรภ์รายดังกล่าว มีกำหนดคลอดในวันที่ 9 ธันวาคม 2565 แต่แล้วในวันที่ 22 สิงหาคม ที่ผ่านมา เธอมีอาการเจ็บท้องรุนแรง สามีของเธอจึงพาไปพบแพทย์ ซึ่งแพทย์ที่รับผิดชอบเคสของเธอคือ ดร.เอเค บิสวาส แพทย์อาวุโส ของโรงพยาบาลเมืองการีมคัญ ในรัฐอัสสัม ของอินเดีย

ทว่าด้วยเหตุผลอะไรก็ยังไม่ทราบแน่ชัด ดร.บิสวาส ตัดสินใจผ่าคลอดให้กับหญิงสาว ทั้งที่อายุครรภ์แค่ 6 เดือน ก่อนกำหนดคลอดมากกว่า 3 เดือน จนกระทั่งเริ่มปฏิบัติการผ่าตัดไปแล้ว เขาได้ตระหนักรู้ว่า ทารกในครรภ์ยังไม่โตพอที่จะคลอดได้ เขาจึงเย็บแผลของเธอกลับไปเหมือนเดิม

ดร.บิสวาส แจ้งครอบครัวของคนไข้ว่า ให้รอจนถึงเดือนธันวาคม เพื่อลองผ่าคลอดใหม่อีกครั้ง พร้อมทั้งแนะนำให้เธอพักฟื้นที่โรงพยาบาล 10 วัน ทางญาติก็ทำตามคำแนะนำของแพทย์ จนวันที่ 31 สิงหาคม แพทย์อนุญาตให้เธอกลับบ้าน แต่อาการของเธอก็แย่ลงในทันที

อย่างไรก็ตาม ทางดร.บิสวาส ได้ออกมาอ้างว่า ทางสมาชิกในครอบครัวของคนไข้ เป็นคนขอให้เขาทำการผ่าคลอด ในขณะที่ทางครอบครัวปฏิเสธ โดยราม นะมะสุทรา เผยว่า หลังจากพาภรรยาไปพบแพทย์ ได้มีการรักษาในเบื้องต้น ก่อนที่ ดร.บิสวาส จะบอกว่า เขาจะพยายามผ่าคลอด

“ฉันรู้ว่ากำหนดคลอดคือในเดือนธันวาคม แต่เราดำเนินการผ่าคลอดก่อนกำหนดในกรณีที่ซับซ้อน ความเจ็บปวดนั้นรุนแรง แต่สมาชิกในครอบครัวของเธอ ขอให้ฉันทำการผ่าตัดต่อไป และระหว่างการผ่าตัด ฉันรู้ว่าทารกในครรภ์ยังไม่โต ฉันจึงเย็บมันกลับ” ดร.บิสวาส กล่าว

ภายหลังจากเรื่องราวถูกเผยแพร่ออกไป ก็มีกลุ่มชาวบ้านรวมตัวกันไปประท้วงแสดงความไม่พอใจที่โรงพยาบาล ก่อนที่ต่อมา ทางผู้อำนวยการโรงพยาบาล จะออกมาเผยว่า ได้จัดตั้งทีมคณะกรรมการ เพื่อสอบสวนเกี่ยวกับเรื่องนี้แล้ว และขอให้ครอบครัวส่งเรื่องร้องเรียนเป็นลายลักษณ์อักษร ทางโรงพยาบาลจะดำเนินการตามความเหมาะสม หากพบว่าข้อกล่าวหาเป็นจริง

อย่างไรก็ตาม สิ่งที่น่าเป็นกังวลมากที่สุดในขณะนี้คืออาการของคนไข้หญิงและทารกในครรภ์ ทางครอบครัว เผยว่า อาการของเธอทรุดลงและมีเลือดออก ซึ่งได้มีแพทย์มาผ่าตัดรักษาให้เธออีกครั้ง โดยดร.บิสวาส รับปากว่าจะเป็นจ่ายค่ารักษาพยาบาลให้ทั้งหมด

“คนไข้ดูปกติจากภายนอก แต่เรากำลังเช็กอาการของเธออย่างละเอียดอีกครั้ง มีทีมแพทย์พิเศษดูแลเธออย่างใกล้ชิด และฉันได้พบกับผู้ป่วยเป็นการส่วนตัวในวันนี้ นอกเหนือจากการผ่าตัด หากเธอมีอาการแทรกซ้อนอื่น ๆ ทีมแพทย์จะช่วยตรวจสอบและรักษา” ผู้อำนวยการโรงพยาบาล กล่าว

 

ที่มา-kapook

วัคซีนโรคลัมปี สกิน โดสละ 9 บาท ปศุสัตว์คาดผลิตล็อตแรกกลาง พ.ค.

วันที่ 25 มีนาคม 2565 นายสัตวแพทย์สรวิศ ธานีโต อธิบดีกรมปศุสัตว์ เปิดเผยว่า จากปัญหาการเกิดโรคลัมปี สกิน ในโค-กระบือ และเป็นการสร้างความมั่นคงทางด้านวัคซีน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ได้สั่งการให้กรมปศุสัตว์วิจัยและพัฒนาวัคซีนโรคลัมปี สกิน กรมปศุสัตว์

โดยสำนักเทคโนโลยีชีวภัณฑ์สัตว์และสถาบันสุขภาพสัตว์แห่งชาติ สำหรับใช้ป้องกันและควบคุมโรคกรณีฉุกเฉิน ได้เริ่มดำเนินการพัฒนาวัคซีนในระดับห้องปฏิบัติการ มาตั้งแต่เดือนพฤษภาคม 2564 โดยสถาบันสุขภาพสัตว์แห่งชาติ สามารถแยกไวรัสจากตัวอย่างสัตว์ป่วยในประเทศมาเพาะเลี้ยงในห้องทดลองได้สำเร็จ และส่งหัวเชื้อไวรัสต่อให้สำนักเทคโนโลยีชีวภัณฑ์สัตว์ นำมาขยายปริมาณไวรัสในเซลล์เพาะเลี้ยงและผลิตเป็นแอนติเจนที่หมดฤทธิ์ในการก่อโรค

จากนั้นได้ทดลองผลิตเป็นวัคซีน 2 สูตรได้แก่ วัคซีนเชื้อตายในรูปแบบชนิดน้ำและวัคซีนเชื้อตายชนิดน้ำมัน โดยผลการทดลองในสัตว์ตามวิธีมาตรฐานการผลิตวัคซีน แสดงให้เห็นว่าวัคซีนทั้ง 2 สูตร มีความปลอดภัยไม่ก่อให้เกิดอาการแพ้ในสัตว์

ปัจจุบันกรมปศุสัตว์ เดินหน้าขยายกำลังการผลิตวัคซีนจากระดับห้องปฏิบัติการ สู่ระดับกึ่งอุตสาหกรรม ด้วยเทคโนโลยีการผลิตในขวดเพาะเลี้ยงเซลล์ ซึ่งเป็นเทคโนโลยีดั้งเดิมของการผลิตวัคซีนโรคปากและเท้าเปื่อย และที่สำนักเทคโนโลยีชีวภัณฑ์สัตว์มีองค์ความรู้และมีบุคลากรที่มีความชำนาญ โดยเทคโนโลยีการผลิตดังกล่าวสามารถรองรับปริมาณการผลิตวัคซีนที่ 50,000-100,000 โดสต่อเดือน

ตลอดกระบวนการผลิตใช้ระยะเวลาประมาณ 2 เดือนเศษ และคาดว่าจะผลิตวัคซีนชุดแรกแล้วเสร็จช่วงประมาณกลางเดือนพฤษภาคม 2565 ในราคาต้นทุนโดสละ 9 บาท ในช่วงปีแรก สามารถผลิตวัคซีนได้ มีมูลค่า 6 ล้านบาท หากต้องนำเข้าจากต่างประเทศต้องใช้งบประมาณถึง 27 ล้านบาท จะช่วยประหยัดงบประมาณแผ่นดินได้มากถึง 21 ล้านบาท

อย่างไรก็ตาม เพื่อให้มีปริมาณวัคซีนเพียงพอต่อความต้องการใช้ สำหรับการควบคุมและป้องกันภายในประเทศ รวมถึงสัตว์นำเข้าจากประเทศเพื่อนบ้าน กรมปศุสัตว์ได้ศึกษาความเป็นไปได้เพื่อขยายกำลังการผลิตวัคซีนดังกล่าว ให้สามารถผลิตได้เดือนละ 5 แสน ถึงกว่า 1 ล้านโดส ซึ่งจะทราบผลการศึกษาในช่วงกลางปี 2566

ทั้งนี้ หากกำลังการผลิตเป็นไปตามเป้าหมายที่กำหนด จะสามารถช่วยลดการนำเข้าวัคซีนจากต่างประเทศได้มากถึงปีละ 8 ล้านโดส ซึ่งต้องใช้งบประมาณถึง 360 ล้านบาท

การที่กรมปศุสัตว์สามารถผลิตวัคซีนโรคลัมปี สกิน เองได้ จะช่วยลดค่าใช้จ่ายที่ต้องนำเข้าจากต่างประเทศได้กว่าปีละ 280 ล้านบาท อีกทั้งสามารถส่งขายให้กับประเทศเพื่อนบ้านในอาเซียนได้อีกด้วย นอกจากนี้ การฉีดวัคซีนอย่างทั่วถึงยังนำไปสู่การกำจัดโรคลัมปี สกิน ให้หมดไปจากประเทศไทยได้อย่างถาวรในอนาคต

 

ที่มา-ประชาชาติธุรกิจ

สเปค Samsung Galaxy F23 5G แบตอึด กล้องหลัง 50MP ราคาเริ่มต้น 6,900 บาท

Samsung เปิดตัวมือถือซีรีส์ F รุ่นใหม่ล่าสุด Galaxy F23 5G ภาคต่อจาก Galaxy F22 ที่เปิดตัวไปเมื่อช่วงกลางปี 2021 โดยคราวนี้แน่นอนว่าได้รับการอัปเกรดสเปคต่าง ๆ ให้ดีขึ้นกว่าเดิมไม่ว่าจะเป็นชิป กล้องหลัง แถมยังรองรับการใช้งาน 5G อีกด้วย โดยเปิดราคาในประเทศอินเดียเริ่มต้นที่ 15,999 รูปี หรือราว ๆ 6,900 บาทเท่านั้นเอง

Galaxy F23 5G คราวนี้มีรูปร่างหน้าตาที่เปลี่ยนไปจากรุ่นก่อนอย่างเห็นได้ชัดเลย ทั้งตัวเครื่องด้านหลังที่คราวนี้เป็นพื้นผิวเรียบ ๆ แล้ว ส่วนโมดูลกล้องก็เปลี่ยนมาเป็นแบบสี่เหลี่ยมผืนผ้าที่มีกล้อง 3 ตัว เรียงลงมาเป็นแนวตั้ง

ด้านหน้ายังคงใช้ดีไซน์ Notch หยดน้ำเหมือนเดิม (แต่ดูเล็กลง) ส่วนขนาดของจออยู่ที่ 6.6 นิ้ว ความละเอียด FHD+ รีเฟรชเรทสูงขึ้นจาก 90Hz เป็น 120Hz ลื่นไหลสบายตาขึ้น แต่แลกกับการเปลี่ยนมาใช้พาเนล LCD แทน และยังทนทานรอยขีดข่วนด้วย Gorilla Glass 5

สเปคเครื่องเรียกว่าใช้งานในปัจจุบันได้สบายด้วยชิป Snapdragon 750G, RAM LPDDR4x ให้เลือก 2 ขนาด คือ 4GB และ 6GB, ความจุในตัว 128GB รองรับ microSD Card พร้อมแบตเตอรี่ขนาด 5000 mAh ซึ่งมีขนาดเล็กลงกว่าของรุ่นที่แล้ว แต่ได้อัปเกรดระบบชาร์จไวขึ้นมาเป็น 25W

กล้องหลังมีทั้งหมด 3 ตัว ประกอบด้วยกล้องหลักความละเอียด 50MP + กล้อง Ultrawide ความละเอียด 8MP + กล้อง Macro ความละเอียด 2MP และกล้องหน้าความละเอียด 8MP

สเปค GALAXY F23 5G
  • หน้าจอ LCD ขนาด 6.6 นิ้ว ความละเอียด FHD+ รีเฟรชเรท 120Hz
  • CPU : Snapdragon 750G
  • GPU : Adreno 619
  • RAM : 4GB / 6GB รองรับฟีเจอร์ RAM Plus
  • ความจุ : 128GB รองรับ microSD card
  • กล้องหลัง 3 ตัว
    – กล้องหลักความละเอียด 50MP
    – กล้อง Ultrawide ความละเอียด 8MP
    – กล้อง Macro ความละเอียด 2MP
  • กล้องหน้า : 8MP
  • การเชื่อมต่อ : 5G, WiFi 802.11.b/g/n/ac (2.4GHz + 5GHz), BT 5.0
  • สแกนนิ้วมือด้านข้าง
  • มีรูหูฟัง 3.5 มม.
  • แบตเตอรี่ : 5000 mAh รองรับชาร์จไว 25W
  • ระบบ Android 12 ครอบด้วย One UI 4.1
  • ขนาด / น้ำหนัก : 165.5 x 77.7 x 8.4 มม. / 198 กรัม

Galaxy F23 5G จะเริ่มวางจำหน่ายในประเทศอินเดียตั้งแต่วันที่ 16 มีนาคมเป็นต้นไป โดยรุ่น 4GB มีราคาอยู่ที่ 15,999 รูปี หรือราว ๆ 6,900 บาท และรุ่น 6GB ราคาอยู่ที่ 18,499 รูปี หรือประมาณ 8,000 บาท ครับ

 

ที่มา-droidsans

ประโยชน์จากฝักของราชพฤกษ์หรือคูน

ฝักคูนที่เห็นแก่หล่นอยู่ใต้ต้น ทราบไหมว่าสามารถนำมาใช้ประโยชน์ได้หลายอย่างโดยเกษตรกรหัวก้าวหน้าของพะเยา ได้ศึกษาและมีแนวทางการใช้ประโยชน์อย่างมากมาย ลองติดตามดูนะครับ

ข้อมูลทางวิชาการราชพฤกษ์, คูน, ลมแล้ง ชื่อวิทยาศาสตร์ : Cassia fistula เป็นไม้ดอกในตระกูล Fabaceae เป็นพืชพื้นเมืองของเอเชียใต้ ตั้งแต่ทางตอนใต้ของปากีสถาน ไปจนถึงอินเดีย ศรีลังกา พม่า และไทย นอกจากนี้ ดอกราชพฤกษ์ยังเป็นดอกไม้ประจำชาติไทยอีกด้วย ชื่อของราชพฤกษ์นั้นมีการเรียกแตกต่างกันออกไปในแต่ละท้องถิ่น ส่วนใหญ่จะเรียกราชพฤกษ์ว่า คูน เนื่องจากจำง่ายกว่า (แต่มักจะเขียนผิดเป็น คูณ) ทางภาคเหนือเรียกว่า ลมแล้ง ทางภาคใต้เรียกว่า ราชพฤกษ์ ลักเกลือ หรือลักเคย ชาวกะเหรี่ยงและในกาญจนบุรีเรียกว่า กุเพยะ

การปลูกและการดูแลรักษาการปลูกในช่วงแรกๆ ต้นราชพฤกษ์จะเจริญเติบโตได้ช้าในระยะเวลาประมาณ 1-3 ปีแรก หลังจากนั้น จะเจริญเติบโตเร็วขึ้น เปลือกจะเป็นสีน้ำตาลเรียบ มีรากแก้วยาวสีเหลือง และมีรากแขนงเป็นจำนวนมาก เมื่อมีอายุ 4-5 ปี จึงออกดอกและเมล็ดและเจริญเติบโตต่อไป การดูแลรักษาแสง ต้องการแสงแดดจัด หรือกลางแจ้ง ต้องการปริมาณน้ำน้อย ควรให้น้ำ 7-10 วัน ต่อครั้ง อายุประมาณ 4 ปี สามารถทนต่อสภาพธรรมชาติได้ดี

ต้นราชพฤกษ์เจริญเติบโตได้ดีในดินร่วนซุย ดินร่วนปนทราย ดินร่วนเหนียว ปุ๋ย นิยมใช้ปุ๋ยคอกหรือปุ๋ยหมักในการบำรุงรักษา อัตรา 2-3 กิโลกรัม ต่อต้น ควรใส่ปีละ 3-4 ครั้ง การขยายพันธุ์ นิยมขยายพันธุ์ด้วยการตอนกิ่ง การเพาะเมล็ด วิธีที่นิยมและได้ผลดีคือ การเพาะเมล็ด สรรพคุณส่วนต่างๆ ของต้นราชพฤกษ์มีประโยชน์ดังนี้ ฝักแก่ เนื้อสีน้ำตาลดำและชื้นตลอดเวลา มีรสหวาน สามารถใช้เป็นยาระบายได้ โดยนำฝักมาต้มกับน้ำ และเติมเกลือเล็กน้อย ดื่มก่อนนอนหรือก่อนกินอาหาร นอกจากนั้น ฝักแก่ยังมีสารที่ออกฤทธิ์ต่อระบบประสาทของแมลง เมื่อนำฝักมาบดผสมน้ำแช่ทิ้งไว้ประมาณ 2-3 วัน

สารละลายที่กรองได้สามารถฉีดพ่นกำจัดแมลงและหนอนในแปลงผักได้ ฝักแก่ใช้เป็นเชื้อเพลิงในการหุงต้มด้วยเตาเศรษฐกิจ มีขนาดที่พอเหมาะ ไม่ต้องผ่า เลื่อยหรือตัด เนื้อของฝักแก่ใช้แทนกากน้ำตาลในการทำหัวเชื้อจุลินทรีย์และจุลินทรีย์ขยาย ฝักอ่อน สามารถใช้ขับเสมหะได้ ใบ สามารถนำมาใช้ในการฆ่าเชื้อโรคได้ ดอก ช่วยแก้แผลเรื้อรัง ใช้เป็นยาถ่าย ยาระบาย ช่วยหล่อลื่นลำไส้ รักษาโรคที่เกี่ยวกับกระเพาะอาหาร

ความเชื่อต้นราชพฤกษ์ เป็นต้นไม้มงคลนิยมใช้ประกอบพิธีที่สำคัญ เช่น พิธีเสาไม้หลักเมือง เป็นส่วนประกอบในการทำคฑาจอมพล และยอดธงชัยเฉลิมพลของกองทหาร ทำพิธีปลูกบ้าน ฯลฯ คนไทยในสมัยโบราณเชื่อว่า ควรปลูกต้นราชพฤกษ์ทางทิศตะวันตกเฉียงใต้ของที่อยู่อาศัย เพื่อให้ผู้ที่อยู่อาศัยในบ้านเรือนมีความเจริญรุ่งเรืองเป็นทวีคูณ ซึ่งความเป็นจริงคือทิศดังกล่าวจะได้รับแดดจัดตลอดช่วงบ่าย จึงควรปลูกต้นไม้ใหญ่เพื่อให้ลดความร้อนและทำให้ประหยัดพลังงานมากขึ้น

คุณประสาธน์ เปรื่องวิชาธร หรือ อาหย่ง เจ้าของสวนกล้วยห้วยเกี๋ยง อำเภอจุน จังหวัดพะเยา เล่าให้ฟังว่า จากการสังเกตต้นราชพฤกษ์หรือคูน ทั่วไปเมื่อออกดอกแล้วจะติดผลซึ่งเราเรียกว่าฝักเป็นจำนวนมากเมื่อแก่จัดจะร่วงหล่นกองเต็มใต้ต้นทิ้งระยะสัก 2-3 เดือนฝักเหล่านี้กลับหายไปหมด อาหย่ง จึงเข้าไปศึกษาดูพบว่าฝักเหล่านั้นไม่ได้หายไปไหนแต่ย่อยสลายกลายเป็นปุ๋ยหมักชั้นดี

เมื่อศึกษาอย่างจริงจังพบว่าในฝักคูนจะมีน้ำเหนียวๆ เมื่อชิมดูจะมีรสหวาน จึงถึงบางอ้อว่าที่ฝักคูนย่อยสลายได้ดีเพราะมีน้ำตาลลักษณะคล้ายกากน้ำตาลหรือโมลาสนี้เอง หากนำมาทำปุ๋ยหมัก เมื่อนำไปหว่านบริเวณที่มีหอยเชอรี่ระบาดจะพบว่าสามารถกำจัดหอยเชอรี่ได้เป็นอย่างดี

สำหรับคนที่มีปัญหาขับถ่ายลำบากหรือท้องผูกสามารถใช้ฝักคูนสัก 3 ข้อต้มน้ำเป็นน้ำชาจะช่วยระบายได้เป็นอย่างดี ในฝักของคูนมีสารซาโปนินเป็นสารต้านจุลินทรีย์ สารต้านอนุมูลอิสระ และยับยั้งการดูดซึมคอเลสเตอรอลในลำไส้เล็ก หรือช่วยการดูดซึมกรดน้ำดี แต่มีความเป็นพิษต่อแมลง หนอน หอยทาก และปลา หากเข้าสู่ร่างกายมนุษย์จะทำให้เกิดการแตกตัวของเม็ดเลือดแดง ขณะปล่อยฮีโมโกลบินออกมา

บทบาทในพืชและสัตว์ซาโปนินอาจเป็นสารยับยั้งการกินในศัตรูพืช ซาโปนินในพืช เช่น ข้าวโอ๊ตและปวยเล้ง ช่วยเพิ่มการดูดซึมและการย่อยอาหารของสัตว์ อย่างไรก็ตาม มีข้อมูลว่าซาโปนินเป็นพิษต่อสัตว์เลือดเย็นและแมลงในระดับความเข้มข้นจำเพาะ

พฤกษศาสตร์พื้นบ้านมีการใช้สารซาโปนินในการจับสัตว์น้ำมาตั้งแต่สมัยก่อนประวัติศาสตร์ ตัวอย่างเช่น ชนเผ่ากอนด์ (Gond) ในอนุทวีปอินเดียที่ใช้สารซาโปนินในการเบื่อปลา และชนพื้นเมืองในแคลิฟอร์เนียที่ใช้หัวของพืชสกุล Chlorogalum หรือรากของพืชสกุล Yucca มาผสมกับน้ำจนเกิดเป็นฟองแล้วเทลงในแหล่งน้ำเพื่อเบื่อปลา ถึงแม้ในบางพื้นที่จะออกกฎหมายห้าม แต่ในปัจจุบันชนพื้นเมืองในกายอานายังคงใช้วิธีนี้อยู่

การใช้ประโยชน์ เนื่องจากซาโปนินมีคุณสมบัติการลดแรงตรึงผิวที่ไม่มีประจุ จึงนิยมใช้เป็นอิมัลซิไฟเออร์ สารซักฟอกและสารก่อฟอง นอกจากนี้ ยังใช้เป็นสารกระตุ้นการเจริญเติบโตของพืชและฟื้นฟูสภาพดิน ซาโปนินยังใช้ในอุตสาหกรรม เช่น เป็นสารต้านเชื้อราและยีสต์ ในสหรัฐอเมริกาใช้ซาโปนินเป็นสารก่อฟองในเครื่องดื่มคาร์บอเนต (น้ำอัดลม)

ในญี่ปุ่นใช้ซาโปนินเป็นอิมัลซิไฟเออร์ในการเตรียมเครื่องดื่มที่ไม่ผสมแอลกอฮอล์และผักดอง ประเทศในสหภาพยุโรปใช้สารสกัดซาโปนินเป็นสารก่อฟองในสารละลายที่มีน้ำและเป็นสารแต่งกลิ่นในเครื่องดื่มไร้แอลกอฮอล์

ตอนนี้กำลังติดต่อกับประเทศจีน เกาหลี และญี่ปุ่น เพื่อส่งออกไปทำเป็นสมุนไพร และเวชสำอางทางอาหย่งรับซื้อฝักคูนในราคา 3-4 บาท ต่อกิโลกรัม

หากใครจะเป็นตัวแทนรับซื้อทางอาหย่งจะมีค่าบริหารจัดการให้ หากในพื้นที่บริเวณใกล้เคียงอำเภอจุน หากมีปริมาณ 500 กิโลกรัมขึ้น หากนำมาส่งจะช่วยค่าขนส่งหรือจะให้ทางทีมงานของอาหย่งนำรถไปรับก็ได้ ติดต่อคุณประสาธน์ หรือ อาหย่ง ที่โทร. (063) 469-6598

เผยแพร่ครั้งแรก วันพุธที่ 19 สิงหาคม พ.ศ.2563

 

ที่มา-technologychaoban