ชิมช้อปใช้

มาแล้ว‼️ #ชิมช้อปใช้ เฟส 2 เริ่มลงทะเบียน 24 ตุลาคมนี้

“ชิมช้อปใช้ เฟส 2” จะเปิดให้ผู้ที่ไม่เคยได้รับสิทธิ์ลงทะเบียนเพิ่มจำนวน 3 ล้านคน ซึ่งนอกจากจะได้รับวงเงินสนับสนุน 1,000 บาท สำหรับการใช้จ่ายผ่าน g-Wallet 1 และเงินชดเชยร้อยละ 15 ของยอดใช้จ่ายไม่เกิน 30,000 บาท จากเงินของประชาชนเองผ่านg-Wallet 2 (เงินชดเชยไม่เกิน 4,500 บาท)

เช่นเดียวกับ “ชิมช้อปใช้” เดิมแล้วยังจะได้รับสิทธิ์เงินชดเชยร้อยละ 20 ของยอดใช้จ่ายในส่วนที่เกิน 30,000 บาท แต่ไม่เกิน 50,000 บาท (เงินชดเชยไม่เกิน 4,000 บาท) ซึ่งสิทธิ์นี้จะขยายให้แก่ผู้ได้รับสิทธิ์ 10 ล้านคนแรกที่ไม่ถูกตัดสิทธิ์ด้วยสำหรับการใช้จ่ายผ่าน G-Wallet 2 สามารถเติมเงินได้ง่ายและสะดวก

โดยนอกจากจะเติมเงินผ่านการสแกน QR Code ของทุกธนาคาร หรือกรอกตัวเลข G-Wallet 15 หลักผ่าน mobile banking ของธนาคารต่าง ๆ แล้ว ยังสามารถเติมเงินเข้า G-Wallet 2 ผ่านเครื่อง ATM ได้อีกด้วย

นอกจากนี้ กระทรวงการคลังจะปรับเวลาเริ่มลงทะเบียนใหม่ โดยแบ่งเป็น 2 รอบ รอบละ 500,000 ราย รอบแรกเริ่มลงทะเบียนเวลา 6.00 น. และรอบที่ 2 เริ่มลงทะเบียนเวลา 18.00 น. เพื่ออำนวยความสะดวกให้แก่ประชาชนผู้สนใจลงทะเบียน ซึ่งจะเริ่มเปิดรับลงทะเบียนตั้งแต่วันที่ 24 ตุลาคม 2562 จำนวนวันละไม่เกิน 1 ล้านคน

โดยมาตรการ “ชิมช้อปใช้ เฟส 2” นี้ ประชาชนสามารถใช้ได้ถึงวันที่ 31 ธันวาคม 2562 และร้านค้าสามารถสมัครเข้าร่วมมาตรการได้ถึง 31 ธันวาคม 2562 เช่นกัน
ทั้งนี้ กรมสรรพากรสนับสนุนนโยบายเรื่อง Digital Economy ดังนั้น จึงไม่มีนโยบายมุ่งตรวจสอบกลุ่มผู้ใช้ e-Payment อยู่แล้ว ในทางตรงกันข้าม กรมสรรพากรเห็นว่า ผู้ใช้ e-Payment จะถูกจัดอยู่ในกลุ่มผู้ประกอบการที่ดี
ซึ่งจะไม่ถูกตรวจสอบและได้รับบริการที่ดี เช่น การคืนภาษีเร็ว จากกรมสรรพากรด้วย

2. มาตรการลดภาระให้กับผู้ซื้อที่อยู่อาศัย (มาตรการลดภาระฯ) เพื่อสนับสนุนและบรรเทาภาระให้แก่ประชาชนที่ต้องการมีที่อยู่อาศัยเป็นของตนเอง เหมาะสมกับศักยภาพของประชาชนแต่ละกลุ่ม โดยรัฐบาลจะลดค่าธรรมเนียมจดทะเบียนการโอนและค่าจดทะเบียนการจำนอง ดังนี้
2.1 ลดค่าธรรมเนียมจดทะเบียนการโอนจากเดิมร้อยละ 2 เหลือร้อยละ 0.01
2.2 ลดค่าจดทะเบียนการจำนองอสังหาริมทรัพย์จากเดิมร้อยละ 1 เหลือร้อยละ 0.01 ทั้งนี้ เฉพาะการซื้อขายที่อยู่อาศัยที่ดินพร้อมอาคารหรือห้องชุด ในราคาไม่เกิน 3 ล้านบาทต่อหน่วยและการจดทะเบียนการโอน และการจดจำนองอสังหาริมทรัพย์ ซึ่งเป็นที่อยู่อาศัยต้องดำเนินการในคราวเดียวกัน โดยมีระยะเวลานับตั้งแต่วันที่ประกาศกระทรวงมหาดไทยมีผลบังคับใช้ถึงวันที่ 24 ธันวามคม 2563

3. มาตรการสินเชื่อเพื่อที่อยู่อาศัยของธนาคารอาคารสงเคราะห์ (ธอส.) (มาตรการสินเชื่อฯ)
นอกจากการสนับสนุนค่าธรรมเนียมจดทะเบียนการโอนและค่าจดทะเบียนการจำนองแล้ว ธอส. จะสนับสนุนสินเชื่อที่อยู่อาศัยให้แก่ประชาชนทั่วไปที่มีความต้องการมีที่อยู่อาศัยเป็นของตนเองในราคาซื้อขายไม่เกิน 3 ล้านบาทต่อหน่วย โดยการให้อัตราดอกเบี้ยเงินกู้ราคาพิเศษและเงื่อนไขผ่อนปรน สำหรับมาตรการสินเชื่อจะเริ่มตั้งแต่วันนี้ (22 ตุลาคม 2562) จนถึงวันที่ 24 ธันวาคม 2563 โดยมีวงเงินสินเชื่อทั้งหมด 50,000 ล้านบาท อัตราดอกเบี้ยคงที่ร้อยละ 2.5 ในช่วง 3 ปีแรก มาตรการลดภาระฯ และมาตรการสินเชื่อฯ มุ่งเน้นกลุ่มเป้าหมายผู้มีรายได้น้อยถึงปานกลาง กลุ่มคนเริ่มทำงานใหม่ที่กำลังก่อร่างสร้างตัว

รวมถึงกลุ่มผู้สูงอายุที่มีกำลังซื้อ เพื่อให้บุตรหลานหรือทายาท โดยต้องเป็นการซื้ออยู่อาศัยประเภท บ้านเดี่ยว บ้านแฝด บ้านแถว อาคารพาณิชย์ (เพื่อการอยู่อาศัย) และห้องชุด ทั้งนี้ ต้องเป็นที่อยู่อาศัยสร้างเสร็จพร้อมอยู่ที่ไม่เคยผ่านการครอบครองโดยบุคคลอื่นมาก่อนการกำหนดราคาซื้อขายไม่เกิน 3 ล้านบาทต่อหน่วยนั้น เนื่องจากเป็นระดับราคาที่อยู่อาศัยที่เป็น ที่ต้องการของกลุ่มเป้าหมาย โดยที่อยู่อาศัยสร้างเสร็จพร้อมอยู่ ณ เดือนตุลาคม 2562 ที่ระดับราคาไม่เกิน 3 ล้านบาท มีอยู่ประมาณ 34,731 หน่วย คิดเป็นร้อยละ 57 ของที่อยู่อาศัยสร้างเสร็จทั้งหมด และคาดว่าจะมีที่อยู่อาศัยสร้างเสร็จในปี 2563 อีกประมาณ 145,269 หน่วย จึงมีที่อยู่อาศัยรวมกว่า 180,000 หน่วย ให้ประชาชนกลุ่มเป้าหมายเป็นเจ้าของได้

คาดว่าทั้ง 2 มาตรการ จะช่วยกระตุ้นภาคอสังหาริมทรัพย์ให้เติบโต ก่อให้เกิดการขยายตัวของ supply chain ภาคธุรกิจที่เกี่ยวเนื่องต่าง ๆ เช่น ธุรกิจก่อสร้าง ธุรกิจพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ และธุรกิจพัฒนาการคมนาคม เป็นต้น นอกจากนี้ เพื่อให้ ธอส. ซึ่งเป็นสถาบันการเงินเฉพาะกิจของรัฐเป็นผู้นำตลาดในการลดอัตราดอกเบี้ยเงินกู้ ทำให้ธนาคารพาณิชย์อื่น ๆ ลดอัตราดอกเบี้ยเงินกู้ตาม ดังนั้น คาดว่ามาตรการนี้จะช่วยเหลือให้ผู้บริโภคหรือประชาชนให้ได้รับประโยชน์และสามารถเข้าถึงการมีที่อยู่อาศัยเป็นของตนเองได้ง่ายขึ้น

4. มาตรการเร่งรัดการเบิกจ่ายค่าใช้จ่ายด้านการฝึกอบรม สัมมนา ประจำปีงบประมาณ 2562ไปพลางก่อน (Front Load) เพื่อให้มีเม็ดเงินสำหรับค่าใช้จ่ายด้านการฝึกอบรม สัมมนา ประจำปีงบประมาณ 2562 ไปพลางก่อนลงสู่ระบบเศรษฐกิจอย่างต่อเนื่อง โดยหน่วยรับงบประมาณเร่งรัดเบิกจ่ายค่าใช้จ่ายด้านการฝึกอบรม สัมมนา ประจำปีงบประมาณ 2562 ไปพลางก่อน สำหรับวงเงินนั้น ได้รับการจัดสรรจากสำนักงบประมาณกระทรวงการคลังเชื่อมั่นว่า มาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจ ปี 2562 ระยะที่ 2 จะช่วยให้ประชาชนมีการจับจ่ายใช้สอยมากขึ้น ซึ่งจะเป็นการกระตุ้นเศรษฐกิจตั้งแต่การใช้จ่ายระดับฐานรากจนไปถึงระดับประเทศ ตลอดจนการกระตุ้นเศรษฐกิจภาคอสังหาริมทรัพย์

โดยการสนับสนุนการเข้าถึงแหล่งสินเชื่อที่อยู่อาศัย และการลดภาระค่าธรรมเนียมการโอนและค่าจดทะเบียนจำนองที่อยู่อาศัย ซึ่งจะช่วยให้ผู้ที่มีรายได้น้อยและปานกลางที่ต้องการมีที่อยู่อาศัยเป็นของตนเองสามารถเข้าถึงแหล่งสินเชื่อได้ง่าย เป็นการช่วยบรรเทาภาระให้แก่ประชาชน นอกจากนี้ การเร่งรัดการเบิกจ่ายของภาครัฐจะช่วยเพิ่มเม็ดเงินเข้าสู่ระบบเศรษฐกิจ ทำให้ช่วยลดผลกระทบจากภาวะเศรษฐกิจชะลอตัวและกระตุ้นเศรษกิจให้ฟื้นตัวเร็วยิ่งขึ้น

สอบถามข้อมูลเพิ่มเติม
มาตรการ “ชิมช้อปใช้” โทร 0 2273 9020 ต่อ 3510
มาตรการสินเชื่อเพื่อที่อยู่อาศัยฯ โทร 0 2273 9020 ต่อ 3234 มาตรการเร่งรัดการเบิกจ่ายฯ โทร 0 2739020 ต่อ 3536

มาแล้ว‼️ #ชิมช้อปใช้ เฟส 2 เริ่มลงทะเบียน 24 ตุลาคมนี้ Read More »

ชิมช้อปใช้รอบ 2 เริ่มลงทะเบียน 23 ตุลาคม นี้

เป็นอีกหนึ่งข่าวสารดีๆ สำหรับใครที่กำลังรอคอยติดตาม ในวันนี้เราจะพาทุกคนไปดุเรื่องราวเกี่ยวกับนโยบายดีๆที่รัฐบาลมอบให้กับประชาชน ให้เป็นการกระตุ้นเศรษฐกิจและการท่องเที่ยวในประเทศ

เมื่อวันที่ 16 ตุลาคม 2562 นายลวรณ แสงสนิท ผู้อำนวยการสำนักงานเศรษฐกิจการคลัง เปิดเผยว่า โครงการชิมช้อปใช้ เฟส2 จะเสนอคระรัฐมนตรี เห็นชอบในวันที่ 22 ตุลาคม 2562 และจะเริ่มให้มีการลงทะเบียนในวันที่ 23 ตุลาคม 2562 นี้

นายลวรณ แสงสนิท ผู้อำนวยการสำนักงานเศรษฐกิจการคลัง ในฐานะโฆษกระหว่างกระทรวงการคลังเปิดเผยว่า มาตรการชิมช้อปใช้ได้มีการส่ง SMS ยืนยันให้กับผู้ได้รับสิทธิ์ครบ 10 ล้านรายแล้ว ดดยมีผู้เข้ายืนยันตัวตนกับแอฟพลิเคชั่น เป๋าตัง 9,606,300 ราย ดดยยืนยันตัวตนสำเร็จ 9,260,223 ราย

ในการใช้จ่าย 19 วันแรกนั้น มีผู้ใช้สิทธิ์ 8,519,390 ราย มีการใช้จ่ายรวม 8,282 ล้านบาท โดยเป็นการใช้จ่ายในร้านค้าขนาดเล็ก ตามวัตถุประสงค์ของมาตรการฯ ร้อยละ 82 หรือ 6793 ล้านบาท และการใช้จ่ายในร้านขนาดใหญ่ ที่มีหลายสาขามีสัดส่วนลดลงอย่างต่อเนื่อง

โฆษกกระทรวงการคลังได้เน้นย้ำถึงเป้าหมายของมาตรการว่าเป็นการพยุงเศรษฐกิจไทยในระยะสั้นไม่ให้ชะลอตัวเองตามเศรษฐกิจโลก ผ่านการกระตุ้นภาคการท่องเที่ยว โดยให้แรงจูงใจดึงผู้มีกำลังซื้อออกมาเดินทาง กระจายเม็ดเงินไปยังเศรษฐกิจรากฐานและเกิดความคึกคักฝในการจับจ่าย

เรียกได้ว่าเป็นโครงการดีๆ สำหรับสายช้อป กับโครงการชิมช้อปใช้ บอกเลยว่าสายช้อปต้องมี

ข้อมูลจาก richfarmtoday.com

ชิมช้อปใช้รอบ 2 เริ่มลงทะเบียน 23 ตุลาคม นี้ Read More »

เคยลงแล้วลงใหม่ได้ ชิมช้อปใช้เฟส 2 มาแล้ว

เมื่อช่วงวันที่ 9 ตุลาคม 2562 ทางด้านของ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ได้กล่าวว่า ชิมช้อปใช้ เฟส 2 ว่า ขณะนี้อยู่ในขั้นตอนการพิจารณารายละเอียด ซึ่งยังไม่มีข้อมูลที่แน่ชัด โดยได้สั่งการให้สำนักงานเศรษฐกิจการคลัง และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ไปศึกษาในรายละเอียดให้ชัดเจน คาดว่าจะเสนอคณะรัฐมนตรีได้ภายในเดือนตุลาคม 2562

มีความเป็นไปได้ที่จะเพิ่มจำนวนเงินให้กับประชาชน แต่ต้องอยู่ในภายใต้เงื่อนไข เพราะภาครัฐต้องการให้เกิดการจับจ่ายใช้สอยในพื้นที่ต่าง ๆ โดยเฉพาะเมืองรอง แต่ทั้งหมดนี้ก็ต้องดูในรายละเอียดอีกครั้ง ขณะที่การเปิดให้ลงทะเบียนในเฟส 2 ก็จะให้ลงทะเบียนเพิ่มเติม คาดว่าน่าจะมากกว่า 5 ล้านคน แต่คงไม่ถึง 10 ล้านคนเหมือนกับเฟสแรก และคนที่เคยลงทะเบียนในเฟสแรกก็มีสิทธิ์ลงทะเบียนเฟส 2 อีกครั้ง

ซึ่งเปิดให้ลงทะเบียนโครงการชิมช้อปใช้เฟส 2 คาดว่าจะอยู่ในช่วงเดือนพฤศจิกายน-ธันวาคม 2562 เพื่อต้องการให้เกิดเม็ดเงินหมุนเวียนในระบบเศรษฐกิจผลักดันให้ GDP ไตรมาสสุดท้ายรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังกล่าว

เคยลงแล้วลงใหม่ได้ ชิมช้อปใช้เฟส 2 มาแล้ว Read More »

ต่อยอด “ชิมช้อปใช้” รัฐฯ ทุ่ม 116 ล้าน ผุดมาตรการใหม่ “100เดียวเที่ยวทั่วไทย” เที่ยววันธรรมดาลด 70 %

หลังประสบความสำเร็จ เกินความคาดหมาย สำหรับมาตรการ “ชิมช้อปใช้” แจกเงินคนละ 1 พัน ส่งเสริมการท่องเที่ยวในประเทศของรัฐบาล โดยตัวเลขผู้ลงทะเบียนใกล้แตะจำนวน 10 ล้านคน ล่าสุดที่ประชุม ครม.(1 ต.ค.) อนุมัติงบกลาง 116 ล้านบาท ส่งเสริมการท่องเที่ยวภายในประเทศ ด้วยการผุดโครงการ “ถึงเวลาทัวร์ ให้ทั่วไทย” ช่วงเดือนที่เหลือในปลายปี เพื่อกระตุ้นใช้จ่ายในการเดินทางทั่วทุกพื้นที่และภาคธุรกิจให้มากที่สุด

น.ส.ไตรศุลี ไตรสรณกุล รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยผลประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ว่า ครม.อนุมัติงบกลางจำนวน 116 ล้านบาท ในโครงการส่งเสริมการท่องเที่ยว “ถึงเวลาทัวร์ให้ทั่วไทย” แบ่งเป็น 2 มาตรการ คือ
1. มาตรการ “100 เดียวเที่ยวทั่วไทย” ใช้งบทั้งสิ้น 63.5 ล้านบาท สามารถซื้อแพ็กเกจการท่องเที่ยวจากสายการบิน โรงแรม ร้านค้า ได้ในราคา 100 บาท โดยแพ็กเกจดังกล่าวจัดทำขึ้นจำนวน 4 หมื่นรายการ เน้นกลุ่มเป้าหมายคน Gen X, Gen Y และผู้มีกำลังใช้จ่ายระดับปานกลาง

ส่วนมาตรการที่ 2 “เที่ยววันธรรมดา ราคาช็อกโลก” ใช้งบทั้งสิ้น 52.50 ล้านบาท ร่วมกับพันธมิตรกลุ่มให้บริการสินค้าทางการท่องเที่ยวกลุ่มหรูหรา เน้นให้ท่องเที่ยวในวันธรรมดา หากใครท่องเที่ยวในวันธรรมดา จะมีส่วนลดที่เป็นโปรโมชั่นพิเศษสุด ทั้งเรื่องตั๋วเครื่องบิน โรงแรม ร้านค้า ร้านอาหาร พิพิธภัณฑ์ และโปรแกรมบริการพิเศษต่างๆ ในการเดินทางท่องเที่ยวในวันธรรมดา เพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจในวันธรรมดา โดยเน้นไปที่กลุ่มคนที่มีกำลังซื้อ

ก่อนหน้านี้ นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รัฐมนตรีว่ากระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา ระบุว่า เป็น 2 มาตรการเสริม ด้านการกระตุ้นการท่องเที่ยวของประเทศ ซึ่งเป็นความร่วมมือกับภาคเอกชนจัดโปรโมชั่นพิเศษเพื่อกระตุ้นการท่องเที่ยวในช่วงปลายปีให้เกิดความคึกคัก โดยจะเป็นมาตรการที่ออกมาเสริมมาตรการ ชิม ช้อป ใช้ ที่ออกมาก่อนหน้านี้ โดยเฉพาะโครงการ 100 เดียวเที่ยวทั่วไทยนั้น จะเป็นการจัดโปรโมชั่นพิเศษเฉพาะในปี 2562 ครอบคลุมวันที่ 10 เดือน 10, วันที่ 11 เดือน 11, วันที่ 12 เดือน 12 หรือ อาจขยายไปถึงวันที่ 1 เดือน 1 (วันที่ 1 ม.ค. 2563)

รายละเอียดเบื้องต้น เริ่มจากมาตรการ “100 เดียวเที่ยวทั่วไทย” ได้ร่วมกับผู้ประกอบการท่องเที่ยว จัดแพ็กเกจในราคาพิเศษ เช่น ตั๋วเครื่องบิน ที่พัก ร้านอาหาร และสินค้าบริการที่เกี่ยวข้องกับการท่องเที่ยว ในราคาเพียง 100 บาทต่อ 1 รายการ โดยแบ่งออกเป็น 4 รอบ รอบละ 1 หมื่นรายการ รวมทั้งสิ้น 4 หมื่นรายการ หรือ 4 หมื่นคนเท่านั้น ซึ่งขั้นตอนวิธีการลงทะเบียนจะผ่านเว็บไซต์ เพื่อรับสิทธิซื้อแพ็กเกจจะง่ายกว่า มาตรการ “ชิมช้อปใช้”

ส่วนช่วงเวลาการลงทะเบียนเพื่อร่วมซื้อแพ็กเกจการท่องเที่ยว ในราคา 100 บาท จะได้ข้อสรุปการลงทะเบียนทั้ง 4 รอบ ภายในสัปดาห์นี้ว่าจะเป็นวันใด ทั้งนี้เป็นการต่อยอดจากมาตรการ “ชิมช้อปใช้” ซึ่งประสบความสำเร็จเป็นอย่างมาก เพื่อต้องการให้คนเดินทางท่องเที่ยวภายในประเทศในช่วงค่าเงินบาทแข็ง ซึ่งคนนิยมไปเที่ยวต่างประเทศ และกระตุ้นการท่องเที่ยวในประเทศในช่วง 3 เดือนสุดท้ายของปลายปี ก่อนเข้าสู่ปีใหม่

ขณะที่มาตรการ “เที่ยววันธรรมดา ราคาช็อกโลก” จะเน้นกลุ่มเป้าหมาย 6 กลุ่ม อาทิ ผู้สูงอายุ สุภาพสตรี และคนทำงานครั้งแรก เนื่องจากไม่มีประเด็นปัญหาในการท่องเที่ยววันธรรมดา โดยจะร่วมกับผู้ประกอบการท่องเที่ยวกลุ่มหรูหรา ให้ส่วนลดสูงสุดมากถึง 70% ส่วนรายละเอียดเพิ่มเติมต่างๆ อยู่ระหว่างการสรุปภายในสัปดาห์นี้

“มาตรการส่งเสริมการท่องเที่ยว ที่ผ่านมติ ครม.ไป มาจากแนวคิดเดิมที่เคยคิดจะทำมาก่อน ในการจัดโปรโมชั่นช่วงวันที่ 9 เดือน 9 ช่วงวันที่ 10 เดือน 10 และวันที่ 12 เดือน 12 แต่เมื่อผ่านเดือนกันยายนไป ไม่ทันเข้าที่ประชุม ครม. จึงเปลี่ยนมาเป็น 2 มาตรการ 100 เดียวเที่ยวทั่วไทย และเที่ยววันธรรมดา ราคาช็อกโลก คาดกำหนดวันลงทะเบียน จะได้ข้อสรุปสัปดาห์นี้ว่าเป็นช่วงเวลาไหน เพราะที่ประชุม ครม.เพิ่งมีมติไป”

ขอบคุณข้อมูลจาก : ไทยรัฐ, workpointnews, Sanook News,closeeyes

ต่อยอด “ชิมช้อปใช้” รัฐฯ ทุ่ม 116 ล้าน ผุดมาตรการใหม่ “100เดียวเที่ยวทั่วไทย” เที่ยววันธรรมดาลด 70 % Read More »

ลงทะเบียน ตั้งแต่วันที่ 23 กันยายน – 15 พฤศจิกายน 2562

ผู้สนใจเข้าร่วมมาตรการส่งเสริมการท่องเที่ยวในประเทศ “ชิมช้อปใช้” รับเงินผ่าน “เป๋าตัง” (G-Wallet) จำนวน 10 ล้านคน ลงทะเบียนรับสิทธิ ได้ทางเว็บไซต์ www.ชิมช้อปใช้.com

ตั้งแต่วันที่ 23 กันยายน – 15 พฤศจิกายน 2562 (รับลงทะเบียน วันละ 1 ล้านคน ต่อเนื่อง ทุกวัน จนกว่าจะครบ 10 ล้านคน)เงื่อนไขการเข้าร่วมมาตรการ1. เป็นบุคคลสัญชาติไทย มีบัตรประจำตัวประชาชน 2. มีอายุตั้งแต่ 18 ปีบริบูรณ์ขึ้นไป ณ วันที่ลงทะเบียน 3. มีโทรศัพท์มือถือสมาร์ทโฟนที่สามารถเชื่อมต่อสัญญาณอินเทอร์เน็ตและมีอีเมล

ขั้นตอนการเข้าใช้งานผ่านแอปฯ เป๋าตัง

ลงทะเบียน ตั้งแต่วันที่ 23 กันยายน – 15 พฤศจิกายน 2562 Read More »

ชิมช้อปใช้ ผ่านแอปฯ “เป๋าตัง” ผูกต่างแบงก์ก็ทำได้ สมัครไม่กี่ทีรอรับเงิน 1,000 บาทเลย

ขั้นตอนสมัครแอปพลิเคชั่น “เป๋าตัง” กับสมุดบัญชีต่างธนาคารแบบง่ายๆ เพื่อใช้รับสิทธิแจกเงินเที่ยว 1,000 บาท จากการลงทะเบียน ชิมช้อปใช้


เชื่อว่าหลายคนคงวางแผนไปเที่ยวกันบ้างแล้ว เพราะอีกไม่กี่วันรัฐบาลก็จะเปิดเว็บไซต์ให้ลงทะเบียนเพื่อขอรับสิทธิ 1,000 บาท ไปเที่ยวต่างภูมิลำเนา ซึ่งเงิน 1,000 บาท ที่จะได้จากการลงทะเบียนนั้นจะต้องใช้จ่ายผ่านแอปพลิเคชั่นของธนาคารกรุงไทยที่ชื่อว่า “เป๋าตัง” เท่านั้น แน่นอนว่าหลายคนเกิดข้อสงสัยว่าหากจะขอรับสิทธิ 1,000 บาทนั้น จะต้องมีสมุดบัญชีที่ธนาคารกรุงไทยเท่านั้นหรือ หากมีสมุดบัญชีต่างธนาคารจะสามารถใช้ได้หรือไม่?


สาระล้วนๆ ขอตอบว่า “ใช้ได้” เช่นกัน โดยเราจะแจงทุกขั้นตอนอย่างละเอียด ทั้งการสมัครแอปฯ เพื่อใช้งานและการโอนเติมเงินต่างธนาคารเข้ามาใช้ในแอปฯ

  1. ดาวน์โหลดแอปพลิเคชั่นเป๋าตังเวอร์ชั่นล่าสุด ของวันที่ 26 กันยายน 2562 เข้าสู่ระบบจากนั้นใส่เบอร์โทรศัพท์มือถือ เพื่อรับ SMS ยืนยัน

2. ระบบจะเข้าสู่หน้า “ผูกบัญชีเพื่อใช้งาน” โดยผู้ที่มีสมุดบัญชีต่างธนาคาร กดเลือก “G-Wallet” เพื่อทำการผูกบัญชีกับแอปฯ เป๋าตัง

3. ระบบจะแสดงหน้าเงื่อนไข ความยินยอมในการเก็บ รวบรวม และใช้ข้อมูลส่วนบุคคล เลือก “ยอมรับ” เพื่อขอใช้บริการแอปฯ เป๋าตัง

4. ถ่ายรูปสแกนบัตรประชาชน

5. ระบบจะแสดงหน้า ยืนยันข้อมูลบัตรประชาชน โดยจะแสดงเลขบัตรประชาชนที่สแกนไว้ก่อนหน้านี้ จากนั้นให้เราใส่กรอกข้อมูลหน้าบัตรประชาชน ชื่อ-นามสกุล พร้อมวันเดือนปีเกิด และเลขหลังบัตรประชาชน เมื่อใส่ข้อมูลเสร็จแล้ว กดยืนยัน

6. ระบบส่ง SMS ยืนยันรหัส OTP มาที่โทรศัพท์มือถือ เมื่อได้รับรหัสแล้วให้ใส่รหัส OTP ทันที

7. จากนั้น ระบบจะแสดงหน้ายืนยันตัวตน โดยให้ถ่ายรูปเซลฟี่ให้อยู่ในตำแหน่งที่กำหนดไว้ เพื่อเทียบเคียงหน้า

8. จากนั้นรอ SMS ยืนยันการใช้งานภายใน 24 ชั่วโมง เมื่อได้รับ SMS ยืนยันให้ใช้งานแล้ว ก็สามารถใช้งานได้เลย

9. เมื่อแอปฯ เป๋าตัง สามารถใช้งานได้แล้ว ระบบก็จะแสดงหน้าต่างการใช้งานของ G-Wallet โดยมีสิทธิ 2 สิทธิ ได้แก่ สิทธิซื้อสินค้า 1,000 บาท และสิทธิรับเงินคืน 15%

เพียงเท่านี้ เราก็แค่รอลงทะเบียนเพื่อขอรับสิทธิ 1,000 บาท และรอรับเงินเข้าแอปฯ “เป๋าตัง” ได้แล้ว

ขอย้ำอีกครั้งว่า แอปฯ เป๋าตังที่จะใช้ในโครงการ “ชิมช้อปใช้” จะต้องดาวน์โหลดเวอร์ชั่นใหม่ของวันที่ 26 กันยายนนี้ เท่านั้น เพราะแอปฯ เป๋าตัง ที่ใช้อยู่ในปัจจุบันยังไม่อัปเดตเวอร์ชั่นนะ

ส่วนใครที่ใช้แอปฯ เป๋าตังของเก่านั้นก็ไม่ต้องตกใจ เพราะวันที่ 26 กันยายนนี้ ก็ทำได้แค่กดอัปเดตเวอร์ชั่น และผูกแอปกับ G-Wallet เท่านั้น

ข้อมูลจาก sanook

ชิมช้อปใช้ ผ่านแอปฯ “เป๋าตัง” ผูกต่างแบงก์ก็ทำได้ สมัครไม่กี่ทีรอรับเงิน 1,000 บาทเลย Read More »