บัตรคนจน

วิธีลงทะเบียน บัตรสวัสดิการแห่งรัฐ ผ่านเว็บไซต์ ตรวจสอบสถานะเริ่ม 16 ก.ย.65

เปิดรับลงทะเบียนบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ ปี 2565 แนะวิธีลงทะเบียนผ่านเว็บไซต์ และดาวน์โหลดเอกสาร ตรวจสอบสถานะผ่าน-ไม่ผ่าน 16 ก.ย. 65

นายพรชัย ฐีระเวช ผู้อำนวยการสำนักงานเศรษฐกิจการคลัง ในฐานะโฆษกกระทรวงการคลัง เปิดเผยว่ากระทรวงการคลังและหน่วยงานรับลงทะเบียนมีความพร้อมในการเปิดรับลงทะเบียนโครงการลงทะเบียนเพื่อสวัสดิการแห่งรัฐ (โครงการฯ) ปี 2565 ที่จะเริ่มเปิดรับลงทะเบียนวันแรกวันจันทร์ที่ 5 กันยายน 2565 ถึงวันพุธที่ 19 ตุลาคม 2565 โดยสามารถลงทะเบียนได้ผ่านทาง https://บัตรสวัสดิการแห่งรัฐ.mof.go.th หรือ https://welfare.mof.go.th

หรือ ผ่านหน่วยงานรับลงทะเบียน 7 หน่วยงาน ได้แก่ สาขาของธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) ธนาคารออมสิน ธนาคารกรุงไทย จำกัด (มหาชน) (ธนาคารกรุงไทยฯ) สำนักงานคลังจังหวัดทั้ง 76 จังหวัดทั่วประเทศ สังกัดกรมบัญชีกลาง ที่ว่าการอำเภอทั้ง 878 อำเภอทั่วประเทศ ภายใต้กระทรวงมหาดไทย สำนักงานเขตกรุงเทพมหานครทั้ง 50 เขต และศาลาว่าการเมืองพัทยา เมืองพัทยา รวมจุดรับลงทะเบียนไม่น้อยกว่า 7,000 จุด ทั่วประเทศ สำหรับการลงทะเบียนโครงการฯ ปี 2565 ในครั้งนี้จะเป็นการลงทะเบียนใหม่ทั้งหมด ดังนั้น ผู้มีบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ (บัตรฯ) ในปัจจุบันและผู้ที่ไม่เคยมีบัตรฯ จะต้องลงทะเบียนใหม่ทุกคน

สำหรับการลงทะเบียนผ่านทางเว็บไซต์ มีขั้นตอนดำเนินการ ดังนี้

  • เข้าไปที่เว็บไซต์ https://บัตรสวัสดิการแห่งรัฐ.mof.go.th หรือ https://welfare.mof.go.th เลือกปุ่ม “ลงทะเบียนสวัสดิการแห่งรัฐ”
  • เลือกปุ่ม “เริ่มลงทะเบียน” กรอกเลขบัตรประจำตัวประชาชน และ กดปุ่ม “ตรวจสอบข้อมูล”
  • กรอกข้อมูลตามบัตรประจำตัวประชาชน ได้แก่ ชื่อ สกุล วันเดือนปีเกิด และเลข laser หลังบัตร
  • กรอกข้อมูลผู้ลงทะเบียน ได้แก่ ที่อยู่ วุฒิการศึกษา สถานภาพครอบครัว (หากมีครอบครัว ต้องกรอกข้อมูลสมาชิกในครอบครัว) อาชีพ รายได้ และหนี้สิน
  • ตรวจสอบข้อมูลและกดปุ่ม “ยืนยันข้อมูล”
  • ผู้ลงทะเบียนที่โสด/ไม่มีครอบครัว กดยอมรับเงื่อนไขและยืนยันการลงทะเบียน เพื่อจบขั้นตอนการลงทะเบียน โดยไม่ต้องไปยื่นเอกสารหรือเดินทางไปหน่วยงานรับลงทะเบียน
  • ผู้ลงทะเบียนที่มีครอบครัว (มีคู่สมรส (สามีหรือภรรยาที่จดทะเบียนสมรส) และบุตรชอบด้วยกฎหมายที่มีอายุต่ำกว่า 18 ปีบริบูรณ์ เฉพาะที่ยังมีชีวิตอยู่ตามข้อมูลของกรมการปกครอง (แต่ไม่รวมบุตรบุญธรรม)) เมื่อกรอกข้อมูลทางเว็บไซต์สำเร็จ จะต้องเลือกหน่วยงานรับลงทะเบียนที่ผู้ลงทะเบียนสะดวก เพื่อไปยื่นเอกสารที่ลงลายมือชื่อครบถ้วนทั้งผู้ลงทะเบียนและสมาชิกในครอบครัวที่หน่วยงานรับลงทะเบียน ถึงจะถือว่าจบขั้นตอนการลงทะเบียน   (หากไม่ได้เดินทางไปยื่นเอกสารที่หน่วยงานรับลงทะเบียน จะถือว่าลงทะเบียนไม่สำเร็จ)
  • ผู้ลงทะเบียนสามารถตรวจสอบผลการลงทะเบียนได้ที่เว็บไซต์ https://บัตรสวัสดิการแห่งรัฐ.mof.go.th หรือ https://welfare.mof.go.th เลือกปุ่ม “ตรวจสอบสถานะการลงทะเบียน” ได้ตั้งแต่วันที่ 16 กันยายน 2565 เป็นต้นไป

ส่วนการลงทะเบียนผ่านหน่วยงานรับลงทะเบียนทั้ง 7 หน่วยงาน ผู้ลงทะเบียนจะต้องกรอกแบบฟอร์มลงทะเบียนให้ครบถ้วน พร้อมทั้งลงลายมือชื่อในเอกสารให้ครบถ้วนทั้งผู้ลงทะเบียนและสมาชิกในครอบครัว เพื่อนำไปยื่น ณ หน่วยงานรับลงทะเบียน ซึ่งจะต้องแสดงบัตรประจำตัวประชาชนตัวจริงของผู้ลงทะเบียน รวมถึงสำเนาบัตรประจำตัวประชาชนของคู่สมรสและบุตรพร้อมลงลายมือชื่อในกรณีที่คู่สมรสและบุตรไม่ได้เดินทางมาแสดงตัวที่หน่วยงานรับลงทะเบียน อย่างไรก็ดี หากคู่สมรสและบุตรของผู้ลงทะเบียนเดินทางมาแสดงตัว ณ หน่วยงานรับลงทะเบียนพร้อมแสดงบัตรประจำตัวประชาชนตัวจริงก็ไม่จำเป็นต้องใช้สำเนาบัตรประจำตัวประชาชนของคู่สมรสและบุตรของผู้ลงทะเบียน ทั้งนี้ แบบฟอร์มการลงทะเบียนสามารถดาวน์โหลดได้ที่เว็บไซต์ของโครงการฯ หรือติดต่อขอรับได้ที่หน่วยงานรับลงทะเบียนทุกหน่วยงาน

ดาวน์โหลดเอกสาร:

– แบบฟอร์มโครงการลงทะเบียนเพื่อสวัสดิการแห่งรัฐ ปี 2565 >>> คลิกที่นี่

– หนังสือมอบอำนาจ – หนังสือมอบฉันทะสำหรับผู้พิการ ผู้ป่วยติดเตียง หรือผู้สูงอายุ >>> คลิกที่นี่

สำหรับผู้ลงทะเบียนเป็นผู้พิการ ผู้ป่วยติดเตียง หรือผู้สูงอายุที่ไม่สามารถเดินทางมาลงทะเบียนได้ด้วยตนเอง สามารถมอบอำนาจให้ผู้อื่นมาลงทะเบียนแทนได้ ทั้งนี้ หนังสือมอบอำนาจสามารถดาวน์โหลดได้ที่เว็บไซต์ของโครงการฯ หรือติดต่อขอรับได้ที่หน่วยงานรับลงทะเบียนทุกหน่วย

การเปิดรับลงทะเบียนในครั้งนี้จะจัดให้มีผู้ช่วยอำนวยความสะดวกในการรับลงทะเบียนตามจุดรับลงทะเบียน โดยจะต้องเป็นผู้ที่มีภูมิลำเนาอยู่ในพื้นที่ หรือพื้นที่ใกล้เคียง เพื่อความคุ้นเคยกับผู้ลงทะเบียนและสามารถเดินทางได้อย่างสะดวก นอกจากนี้ กระทรวงการคลังมีความร่วมมือกับกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ในการขอความอนุเคราะห์ให้ความช่วยเหลือและอำนวยความสะดวกแก่กลุ่มเปราะบางในพื้นที่ ในการลงทะเบียน

หลังจากลงทะเบียนแล้วผู้ลงทะเบียนสามารถตรวจสอบสถานะการลงทะเบียนได้ทุกวันศุกร์ในแต่ละสัปดาห์ เริ่มตั้งแต่วันศุกร์ที่ 16 กันยายน 2565 เป็นต้นไป

หากผู้ลงทะเบียนพบว่าผลการลงทะเบียนไม่สมบูรณ์เนื่องจากข้อมูลผู้ลงทะเบียนหรือข้อมูลสมาชิกในครอบครัวไม่ตรงตามฐานข้อมูลกรมการปกครอง ผู้ลงทะเบียนสามารถติดต่อขอแก้ไขข้อมูลได้ ณ หน่วยงานรับลงทะเบียนที่ผู้ลงทะเบียนได้ยื่นแบบฟอร์มลงทะเบียน หากเป็นผู้ลงทะเบียนที่ไม่มีครอบครัวที่ลงทะเบียนผ่านเว็บไซต์สามารถติดต่อขอแก้ไขข้อมูลได้ ณ หน่วยรับลงทะเบียนที่ผู้ลงทะเบียนสะดวก หากตรวจสอบพบว่าผลการลงทะเบียนสมบูรณ์แล้ว จะมีการตรวจสอบคุณสมบัติผู้ลงทะเบียนกับหน่วยงานตรวจสอบคุณสมบัติต่อไป และจะมีการประกาศผลการตรวจสอบคุณสมบัติได้ในช่วงเดือนมกราคม 2566 โดยกระทรวงการคลังจะแจ้งวันประกาศผลการตรวจสอบคุณสมบัติให้ทราบอีกครั้ง

ทั้งนี้ การใช้สิทธิผ่านบัตรสวัสดิการในรอบใหม่จะเป็นการใช้สิทธิผ่านบัตรประจำตัวประชาชน ดังนั้น หลังการประกาศผล หากผู้ลงทะเบียนเป็นผู้ได้รับสิทธิบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ (ผู้ได้รับสิทธิฯ) ผู้ได้รับสิทธิฯ จะต้องไปยืนยันตัวตนผ่าน ธ.ก.ส ธนาคารออมสิน หรือธนาคารกรุงไทยฯ ได้ตั้งแต่วันที่ประกาศผลการตรวจสอบคุณสมบัติเป็นต้นไป ทั้งนี้ ผู้สนใจเกี่ยวกับโครงการฯ สามารถศึกษาข้อมูล เช่น คุณสมบัติของผู้ลงทะเบียน ระยะเวลาการดำเนินโครงการฯ ช่องทางการลงทะเบียน เป็นต้น เพิ่มเติมได้ที่ เว็บไซต์ https://บัตรสวัสดิการแห่งรัฐ.mof.go.th หรือ https://welfare.mof.go.th

อย่าไรก็ตาม ในช่วงเวลาที่มีการเปิดรับลงทะเบียนโครงการฯ ผู้ที่มีบัตรฯ ปัจจุบันยังคงได้รับสิทธิสวัสดิการปัจจุบันอย่างต่อเนื่อง จนกว่าจะมีการประกาศให้เริ่มใช้สิทธิสวัสดิการสำหรับผู้ได้รับสิทธิรอบใหม่ ซึ่งกระทรวงการคลังจะประกาศให้ทราบต่อไป

 

ข่าวจาก : PPTV Online

เทแสนล้านแจกคนละครึ่ง3พันบาท

บิ๊กตู่ไฟเขียวแจกเงินเยียวยา คนละครึ่งเฟส 3 คนละ 3,000 บาท,เราชนะ คนละ 2,000 บาท,ม.33 เรารักกัน คนละ 2,000 บาท, บัตรคนจน คนละ 1,200 บาท

ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ที่มีพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี เป็นประธาน เห็นชอบมาตรการเยียวยาผู้ได้รับผลกระทบจากโควิด-19 ได้แก่ เห็นชอบในหลักการมาตรการ คนละครึ่งเฟส 3 ให้วงเงินคนละ 3,000 บาท จำนวน 31 ล้านคน คิดเป็นวงเงินงบประมาณ 93,000 ล้านบาท โดยใช้จากเงิน พ.ร.ก.กู้เงิน 1 ล้านล้านบาท ที่ยังมีเหลืออีก 2.4 แสนล้านบาท โดยกระทรวงการคลังจะทำรายละเอียดโครงการคนละครึ่งเฟส 3 และให้ ครม. เห็นชอบอีกครั้งหนึ่ง

นอกจากนี้ ยังมีมาตรการอื่นๆ เพิ่มเติม ซึ่งมาตรการทั้งหมดจะใช้จากเงินกู้ ซึ่งทุกมาตรการรวมกันแล้วต้องใช้งบไม่เกิน 2.4 แสนล้านบาท

สำหรับมาตรการ คนละครึ่งเฟส 3 จะครอบคลุมกลุ่มเป้าหมาย 31 ล้านคน ให้สิทธิใช้จ่ายที่รัฐจะสมทบได้วันละไม่เกิน 150 บาท วงเงินคนละ 3,000 บาทต่อคน ในระยะเวลาเดือนกรกฎาคม-ธันวาคม 2564

นอกจากนี้ ยังมีมาตรการอื่นๆ เพิ่มเติม ซึ่งมาตรการทั้งหมดจะใช้จากเงินกู้ ซึ่งทุกมาตรการรวมกันแล้วต้องใช้งบไม่เกิน 2.4 แสนล้านบาท

ทั้งนี้ นอกจากโครงการคนละครึ่งเฟส 3 ครม. ยังเห็นชอบในหลักการโครงการอื่นๆดังนี้

โครงการเราชนะ 32.9 ล้านคน เพิ่มอีกสัปดาห์ละ 1,000 บาท เป็นระยะเวลา 2 สัปดาห์ ใช้เงิน 6.7 หมื่นล้านบาท โดยให้ใช้จ่ายสิ้นสุดในวันที่ 30 มิ.ย. 2564

โครงการ ม.33 เรารักกัน 9.27 ล้านคน โดยเพิ่มวงเงินช่วยเหลือผู้ประกันตน ม.33 อีกสัปดาห์ละ 1000 บาท เป็นเวลา 2 สัปดาห์ วงเงินรวม 1.85 หมื่นล้านบาท โดยให้ใช้จ่ายสิ้นสุดในวันที่ 30 มิ.ย. 2564

โครงการให้เงินค่าครองชีพแก่ผู้มีบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ เพิ่มเติมเดือนละ 200 บาท ระยะเวลา 6 เดือน (ก.ค. – ธ.ค.64) และเพิ่มกำลังซื้อให้กับผู้ที่ต้องการความช่วยเหลือเป็นกรณีพิเศษจำนวนเป้าหมาย 2.4 ล้านคน เพิ่มเติมเดือนละ 200 บาท เป็นระยะเวลา 6 เดือน (ก.ค. – ธ.ค.64)

ที่มา posttoday

เช็กสิทธิบัตรสวัสดิการแห่งรัฐหรือบัตรคนจน ประจำเดือนตุลาคม 2563 มีสิทธิอะไรบ้าง

บัตรคนจน เดือนตุลาคม เพิ่มเงิน 500 บาท

วันที่ 1 ตุลาคม 2563

1.ค่าเดินทางด้วยรถโดยสารสาธารณะ รายละ 500 บาทต่อเดือน

2.วงเงินช่วยเหลือค่าซื้อสินค้าอุปโภค/บริโภคที่จำเป็น ในร้านค้าธงฟ้าประชารัฐและร้านค้าอื่นๆที่กระทรวงพาณิชย์กำหนด ผู้ถือบัตรจะได้รับวงเงินเพื่อซื้อสินค้าเพิ่มอีก 500 บาทต่อคนต่อเดือน จากเดิมได้รายละ 200-300 บาท รวมเป็น ได้เดือนละ 700-800 (ตามเกณฑ์รายได้) เป็นระยะเวลา 3 เดือน

3. วงเงินซื้อก๊าซหุงต้ม 45 บาท โดย 3 เดือน สามารถรูดเพื่อลดราคาค่าก๊าซหุงต้มได้ 1 ครั้งสามารถใช้กับร้านค้าที่ร่วมรายการ

วันที่ 15 ตุลาคม 2563
1. คืนเงินภาษีมูลค่า (VAT) เพิ่ม 5% ผู้ที่เติมเงินเข้าบัตรคนจน และใช้เงินจากบัตรฯ เพื่อรูดซื้อสินค้าผ่านร้านธงฟ้า หรือร้านค้าเอกชนที่จดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่ม รัฐจะคืนเงินภาษี VAT 5% ซึ่งประชาชนสามารถกดออกมาเป็นเงินสดได้ แต่ยอดคืนเงินสูงสุดจะไม่เกิน 500 บาทต่อเดือน เช่น
-จ่ายผ่านบัตรฯ 100 บาท คืน VAT 5% เข้าบัตรฯ 5 บาท
-จ่ายผ่านบัตรฯ 500 บาท คืน VAT 5% เข้าบัตรฯ 25 บาท
-จ่ายผ่านบัตรฯ 1,000 บาท คืน VAT 5% เข้าบัตรฯ 50 บาท

  1. ผู้สูงอายุ 60 ปีขึ้นไปจะได้รับเงิน 50-100 บาทตามเกณฑ์รายได้
    -รายได้ 0-30,000 บาทต่อปี ได้รับเงินช่วยเหลือเดือนละ 100 บาท
    -รายได้ 30,001-100,000 บาท ได้รับเงินช่วยเหลือเดือนละ 50 บาท

วันที่ 18 ตุลาคม 2563

1.ส่วนลดค่าน้ำปะปา ใช้น้ำปะปาไม่เกินเกณฑ์เดือนละ 100 บาท/ครัวเรือน และลงทะเบียนใช้สิทธิเรียบร้อยแล้ว ลงทะเบียน
2.ส่วนลดค่าไฟฟ้าประจำเดือน ผู้ที่ได้รับสิทธิคือผู้ที่ใช้ไฟฟ้าไม่เกิน 230 บาท

https://www.facebook.com/anuwatf.ch7/posts/4092284900800276

ข้อมูลจาก อนุวัต จัดให้

เตรียมรับสิทธิ! บัตรสวัสดิการแห่งรัฐ เดือน ต.ค. 63 ได้เงินเพิ่มพิเศษ

ผู้ถือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ หรือบัตรคนจน เตรียมรับเงินพิเศษเพิ่ม เพื่อซื้อสินค้าจำเป็น เดือนละ 500 บาท ระยะเวลา 3 เดือน (ตุลาคม-ธันวาคม 2563) รวมได้คนละ 1,500 บาท

สำนักประชาสัมพันธ์เขต 7 กรมประชาสัมพันธ์ แจ้งข่าวสำหรับผู้ถือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ ในเดือนตุลาคม 2563 จะได้รับเงินพิเศษเพิ่ม 500 บาทเดือนแรก ซึ่งจะอยู่ในส่วนใช้ซื้อสินค้าจำเป็น พร้อมแจ้งสิทธิในเดือนตุลาคม 2563 นี้ จะใช้ได้ทั้งหมด 5 สิทธิ ประกอบไปด้วย

1 .วงเงินซื้อสินค้ากับร้านค้าธงฟ้าประชารัฐ ซึ่งรัฐบาลเพิ่มให้พิเศษจากเดิมคนละ 200-300 บาท ได้เป็นคนละ 700-800 บาท (ตามเกณฑ์รายได้)

2 .วงเงินค่าเดินทางรถโดยสารสาธารณะ คนละ 500 บาท

3 .วงเงินส่วนลดค่าซื้อก๊าซหุงต้ม คนละ 45 บาท (3 เดือนใช้ได้ 1 ครั้ง)

4 .เงินช่วยเหลือค่าไฟฟ้า ครัวเรือนละ 230 บาท กรณีใช้ไฟฟ้าไม่เกิน 50 หน่วยต่อเดือนติดต่อกันเป็นระยะเวลา 3 เดือน ให้ใช้สิทธิค่าไฟฟ้าฟรีตามมาตรการปัจจุบัน แต่กรณีที่ใช้ไฟฟ้าเกิน 50 หน่วยต่อเดือน ให้ใช้สิทธิได้ในวงเงิน 230 บาทต่อครัวเรือนต่อเดือน หากใช้เกินวงเงินที่กำหนด จะต้องเป็นผู้จ่ายค่าไฟฟ้าเองทั้งหมด

5 .เงินช่วยเหลือค่าน้ำประปา ครัวเรือนละ 100 บาท (ต้องใช้ไม่เกณฑ์ที่กำหนด) หากใช้เกินเกณฑ์ จะต้องจ่ายค่าน้ำประปาเองทั้งหมด

โดยที่ประชุมศูนย์บริหารสถานการณ์เศรษฐกิจจากผลกระทบการระบาดของโรคโควิด-19 (ศบศ.) ได้มีมติเห็นชอบ และจะนำเข้าที่ประชุมคณะรัฐมนตรี เพื่อพิจารณาอนุมัติในวันนี้ (29 ก.ย.63)

บัตรสวัสดิการแห่งรัฐ,บัตรสวัสดิการแห่งรัฐล่าสุด,บัตรสวัสดิการแห่งรัฐ 2563,บัตรสวัสดิการแห่งรัฐหาย,บัตรสวัสดิการแห่งรัฐ 3000 เข้าวันไหน,บัตรสวัสดิการแห่งรัฐ คือ,บัตรสวัสดิการแห่งรัฐ พร้อมเพย์,บัตรสวัสดิการแห่งรัฐล่าสุด 500,บัตรสวัสดิการแห่งรัฐล่าสุด 3000,บัตรสวัสดิการแห่งรัฐ สมัคร,บัตรสวัสดิการแห่งรัฐล่าสุด 1000 เข้าวันไหน,บัตรสวัสดิการแห่งรัฐ 3000,บัตรสวัสดิการแห่งรัฐเดือนตุลาคม 2563

ข้อมูลจาก สำนักประชาสัมพันธ์เขต 7 กรมประชาสัมพันธ์,news.ch7.com

สรุป หลายๆประเด็นให้เห็นภาพง่ายๆ เกี่ยวกับบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ และ วันลงทะเบียนใหม่

สรุปให้เห็นภาพง่ายๆ ดังต่อไปนี้

– ใช้จ่ายผ่านบัตรคนจน 100 บาท ได้คืน VAT 5% เงินจะเข้าบัตรคนจนเดือนถัดไป 5 บาท
– ใช้จ่ายผ่านบัตรคนจน 500 บาท ได้คืน VAT 5% เข้าบัตรคนจนเดือนถัดไป 25 บาท
– ใช้จ่ายผ่านบัตรคนจน 1,000 บาท ได้คืน VAT 5% เข้าบัตรคนจนเดือนถัดไป 50 บาท
– ใช้จ่ายผ่านบัตรคนจน 10,000 บาท ได้คืน VAT 5% เข้าบัตรคนจนเดือนถัดไป 500 บาท
หมายเหตุ : หากคุณซื้อสินค้าที่ไม่ได้เสีย VAT เช่น ผักสด, เนื้อสด, กับข้าว และอื่นๆ คุณจะไม่ได้รับ เ งิ น คื นจากนโยบายนี้

จนไม่จริง เตรียมโดนคัดออก
นายอุตตม สาวนายน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ระบุว่า โครงการบัตรสวัสดิการแห่งรัฐดำเนินมาตั้งแต่ปี 2560 วัน นี้ มี ผู้ ถือบัตรกว่า 14 ล้านคน จึงเชื่อว่าผู้ได้รับบัตรสวัสดิการส่วนหนึ่งน่าจะมีศักยภาพใน ก า ร ดำ ร ง ชีวิตสูงขึ้น (พ้นจากเส้นความยากจน) จึงจำเป็นต้องมีการปรับข้อมูล ปรับปรุงรายชื่อผู้ได้รับสิทธิเสียใหม่ ขณะเดียวกันจะต้องพิจารณาเป็นรายครัวเรือน เพราะบางคนที่ได้รับสิทธิอาจมีรายได้ไม่มาก แต่อาศัยอยู่ในครอบครัวที่มีรายได้ดี ก็ไม่ควรได้รับสิทธิ และรัฐบาลกำลังจะเปิดให้มีการลงทะเบียนโครงการบัตรสวัสดิการแห่งรัฐอีกครั้งในต้นปีหน้า

เตรียมเปิดลงทะเบียนบัตรคนจนรอบใหม่
นายอุตตม สาวนายน รั ฐ ม น ต รีว่าการกระทรวงการคลัง ระบุว่า ในเดือน ม.ค.2563 กระทรวงการคลัง จะเสนอคณะรัฐมนตรี (ครม.) เปิดลงทะเบียนผู้มีรายได้น้อยรอบใหม่ ซึ่งข้อเสนอเบื้องต้นจะนำรายได้ครอบครัวมาใช้เป็นเกณฑ์ประเมินร่วมกับรายได้ส่วนบุคคลที่กำหนดไม่เกิน 100,000 บาทต่อปี ส่วนข้อมูลบัตรเครดิตและรถยนต์ ยังไม่นำมาพิจารณา อย่างไรก็ตาม หากนำรายได้ครอบครัวมาประเมิน ทำให้ผู้ได้รับบัตรสวัสดิการหายไปส่วนหนึ่ง ขณะเดียวกันพร้อมเปิดให้คนใหม่เข้ามาลงทะเบียนเพิ่มเติมด้วย

“เดิมการลงทะ เ บี ย น บัตรคนจนเข้าสู่ที่ประชุม ครม. วันที่ 24 ธ.ค.62 แต่ไม่ทัน เพราะต้องปรับแก้ในบางประเด็น เช่น เรื่องการคิดรายได้ครัวเรือนยังไม่ตรงกัน ผมไม่อยากให้เกณฑ์ดังกล่าวไปดึงคนให้เข้ามารับบัตรมากขึ้น เพราะจุดประสงค์คือ คนที่ได้บัตรต้องจนจริงๆ และอยู่ในครอบครัวไม่มีฐานะร่ำรวย หากมีรายได้ ของครอบครัวปีละ 1 ล้านบาท ก็ไม่ควรได้รับบัตรทั้งครอบครัว” นายอุตตม กล่าว

แถมยังลุ้น! ครม.เพิ่ม “เบี้ยคนพิการ” เป็น 1 พันบาท
นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ เป็นประธานการ ป ร ะ ชุ ม คณะกรรมการส่งเสริมและพัฒนาคุณภาพชีวิตคนพิการแห่งชาติ (กพช.) เพื่อกำหนดเพิ่มอัตราเบี้ยความพิการ จาก 800 บาทเป็น 1,000 บาทต่อเดือนต่อคน และนายจุรินทร์ จะได้นำเรื่องนี้เข้าสู่การพิจารณาของที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) โดยเร็วที่สุด ซึ่งกรณีนี้จะเป็นประโยชน์กับผู้พิการกว่า 2,000,000 คนทั่วประเทศ คาดว่าจะใช้งบประมาณ เพิ่มขึ้นปีละ 4,800 ล้านบาท

กรมบัญชีกลางโอนตรง เบี้ยผู้ สู ง อ า ยุ เบี้ยคนพิการ ครบทุกจังหวัดต้นปี 63 กรมบัญชีกลางขยายการโอนเงินจ่ายเงินเบี้ยยังชีพผู้สูงอายุ และเบี้ยคนพิการ เข้าบัญชีเงินฝากของผู้มีสิทธิโดยตรง จากเดิมจะโอนให้กับผู้มีสิทธิในเขตกรุงเทพฯ เมืองพัทยา และ จังหวัดสิงห์บุรี

ซึ่งล่าสุดวันที่ 7 มกราคม 2562 ได้มีประกาศออกมาว่า “กรมบัญชีกลางเตรียมจ่ายตรงเบี้ยยังชีพผู้สูงอายุและเบี้ยความพิการเข้าบัญชีของผู้มีสิทธิโดยตรง โดยจะสามารถจ่ายเงินให้กับผู้มีสิทธิของ อปท. ทั่วประเทศ จำนวน 7,774 แห่ง ได้พร้อมกันทั่วประเทศ 10 มกราคม 2563” 

นางสาววิลาวรรณ พยาน้อย รองอธิบดีกรมบัญชีกลาง ในฐานะโฆษกกรมบัญชีกลาง เปิดเผยว่า กรมบัญชีกลางได้ดำเนินโครงการบูรณาการฐานข้อมูลสวัสดิการสังคม ตามโครงการ e-Payment ภาครัฐ ภายใต้แผนยุทธศาสตร์ฯ National e-Payment Master Plan โดยทำหน้าที่จ่ายเงินตรงเข้าบัญชีผู้มีสิทธิรับเงินสวัสดิการสังคมและเงินอื่นแทนส่วนราชการหรือหน่วยงานที่กำกับดูแลสวัสดิการสังคมแต่ละประเภท ทั้งนี้ กรมบัญชีกลางได้ออกหลักเกณฑ์และวิธีปฏิบัติในการจ่ายเงินเบี้ยยังชีพผู้สูงอายุและเงินเบี้ยความพิการ ตามโครงการบูรณาการฐานข้อมูลสวัสดิการสังคม (e-Social Welfare) เพื่อให้สามารถเบิกจ่ายเงินอุดหนุนแทนองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น (อปท.) ซึ่งกรมบัญชีกลางได้ร่วมมือกับกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น (สถ.) จัดทำฐานข้อมูล และได้รับการสนับสนุนการตรวจสอบความถูกต้องของข้อมูลบุคคลจากกรมการปกครอง โดยปีงบประมาณ พ.ศ. 2563 กรมบัญชีกลางได้จัดทำปฏิทินการทำงานสำหรับการจ่ายเงินเบี้ยยังชีพผู้สูงอายุและเบี้ยความพิการ เพื่อให้ผู้มีสิทธิได้ตรวจสอบ ดังนี้
➡️ ม.ค. 2563 จ่าย > ศุกร์ที่ 10 ม.ค.63
➡️ ก.พ. 2563 จ่าย > ศุกร์ที่ 7 ก.พ.63
➡️ มี.ค. 2563 จ่าย > อังคารที่ 10 มี.ค.63
➡️ เม.ย. 2563 จ่าย > ศุกร์ที่ 10 เม.ย.63
➡️ พ.ค. 2563 จ่าย > ศุกร์ที่ 8 พ.ค.63
➡️ มิ.ย. 2563 จ่าย > พุธที่ 10 มิ.ย.63
➡️ ก.ค. 2563 จ่าย > ศุกร์ที่ 10 ก.ค.63
➡️ ส.ค. 2563 จ่าย > จันทร์ที่ 10 ส.ค.63
➡️ ก.ย. 2563 จ่าย > พฤหัสบดีที่ 10 ก.ย.63

หมายเหตุ : กรณีมีการเปลี่ยนแปลงการโอนเงินตามปฏิทินการทำงานฯ กรมบัญชีกลางจะแจ้งให้ทราบล่วงหน้า

ทั้งนี้ ตั้งแต่เดือน พ.ย. 2562 เป็นต้นไป จะขยายสิทธิการโอนเงินไปยังผู้มีสิทธิใน จ.สมุทรสงคราม และ จ.อุทัยธานี จากนั้นจะเริ่มทยอยจ่ายต่อไปจนครบ 76 จังหวัด ภายในเดือน ม.ค. 63.

ข้อมูลจาก คม ชัด ลึก

เช็กวันเงินเข้าบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ เดือนมกราคม 2563

เฟซบุ๊กบัตรประชารัฐและเงินอุดหนุนบุตร ได้ออกมาโพสต์ข้อความว่า 

เริ่มแจกวันที่ 1 มกราคม 2563 ได้เท่าไร : วงเงินค่าซื้อสินค้าอุปโภคบริโภคที่จำเป็น สินค้า เ พื่ อ การศึกษา จากร้านธงฟ้าประชารัฐ 200-300 บาทต่อเดือน (เดือนนี้ยังได้อยู่ และไม่สามารถ ก ด เป็นเงินสดได้)

ใครได้ : ผู้ถือ บั ต ร ส วั ส ดิ ก า ร แ ห่ ง รั ฐ ทุกคน หมายเหตุ : ผู้มีรายได้ไม่ถึง 30,000 บาทต่อปี ได้ 300 บาท, ผู้มีรายได้เกิน 30,000 บาทต่อปีขึ้นไป ได้ 200 บาท

เริ่มแจกวันที่ 1 มกราคม 2563 ได้เท่าไร : ค่าเดินทาง โดยรถโดยสารสาธารณะ แบ่งเป็น รถเมล์ รถไฟฟ้า (รฟม.และ BTS) 500 บาท, รถ บขส. 500 บาท และรถไฟ 500 บาทต่อคนต่อเดือน

ใครได้ : ผู้ถือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐทุกคน หมายเหตุ : ถ้าเกิน 500 บาท ต้องออกเงินเพิ่มเติมเอง

เริ่มแจก : วันที่ 15 มกราคม 2563  เงินคืนภาษี VAT 5% สำหรับผู้ถือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐที่เติมเงินเข้าบัตร แล้วใช้เงินจากบัตรรูดซื้อสินค้าและบริการผ่านร้านธงฟ้าประชารัฐ หรือร้านค้าเอกชนอื่น ๆ ที่จดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่มผ่านเครื่อง EDC ที่มีการเชื่อมต่อระบบ POS ระหว่างวันที่ 1 พฤศจิกายน 2562 – 30 กันยายน 2563 รัฐจะคืนภาษี VAT 5% ให้ผ่านบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ ซึ่งเงินส่วนนี้สามารถนำบัตรคนจนไปกดเป็นเงินสดออกมาใช้ หรือรูดซื้อของตามร้านธงฟ้าฯ และร้านค้าอื่น ๆ ที่ร่วมโครงการได้ 

ใครได้ : เป็นผู้ที่เ ติ ม เ งิ น เข้าบัตรคนจน แล้วใช้บัตรจ่ายเงินซื้อของในเดือนธันวาคม 2562 จึงจะได้รับเงินภาษี VAT 5% คืนเข้าบัตร ตามยอดใช้จ่าย

เริ่มแจกวันที่ 18 มกราคม 2563 ได้เท่าไร : ค่าน้ำ 100 บาท ต่ อ ครัวเรือนต่อเดือน 
ใครได้ : ครัวเรือนที่ใช้น้ำ ป ร ะ ป า ไม่เกินเกณฑ์ที่กำหนด และได้ลงทะเบียนใช้สิทธิ์เรียบร้อย (ตั้งแต่เดือนตุลาคม 2562-กันยายน 2563 ระยะเวลา 11 เดือน)

เริ่มแจกวันที่ 18 มกราคม 2563 ได้เท่าไร : ค่าไฟ 230 บาทต่อครัวเรือนต่อเดือน

ใครได้ : ครัวเรือนที่ใช้ไฟฟ้าไม่เกินเกณฑ์ที่กำหนด และได้ลงทะเบียนใช้สิทธิ์เรียบร้อย (ตั้งแต่เดือนตุลาคม 2562-กันยายน 2563 ระยะเวลา 11 เดือน)
หมายเหตุ

(1.) สำหรับผู้ที่ยังไม่ได้ลงทะเบียนเพื่อใช้สิทธิ์ ยังสามารถลงทะเบียนใช้สิทธิ์เพิ่มเติมได้แล้ว ผ่านช่องทางเว็บไซต์ MEA http://meagate1.mea.or.th/welfareregis และ MEA Smart Life Application
(2.) ต้องชำระยอดค่าไฟฟ้ากับการไฟฟ้านครหลวงก่อน จากนั้นกรมบัญชีกลางจึงจะโอนเงินผ่านบัตรสวัสดิการแห่งรัฐคืนในภายหลังตามจำนวนยอดชำระจริง

ได้ 2 เบิ้ล! เงินคืนสูงสุด 500 บาท + ใจดีออมเงินให้
ได้เท่าไร : ได้เงินคืนสูงสุด 500 บาท

ใครได้ : ผู้ถือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐทุกคนที่ใช้จ่ายผ่านบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ (ระหว่างวันที่ 1 พฤศจิกายน 2562 – 30 กันยายน 2563) โดยการคืนเงินภาษีมูลค่าเพิ่ม 7% เข้าบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ จะแบ่งเป็น 2 ส่วน ดังนี้

(1.) จำนวน 5% คืนเงินให้ผู้ถือบัตร ด้วยการโอนเข้ากระเป๋าเงินอิเล็กทรอนิกส์ (E-Money) เงินส่วนนี้สามารถนำบัตรคนจนไปกดเป็นเงินสดออกมาใช้ หรือรูดซื้อของตามร้านธงฟ้าฯ และร้านค้าอื่นๆ ที่ร่วมโครงการได้

(2.) จำนวน 2% จะแบ่งเป็น 2 ส่วน ส่วนแรก 1% เป็นภาษีมูลค่าเพิ่ม อีกส่วนคือ 1% เก็บเข้าบัญชีกองทุนการออมแห่งชาติ (กอช.) ของผู้ถือบัตร หรือหากไม่มีบัญชีกับ กอช. อาจจะเปิดบัญชีเพื่อสะสมไว้ให้

หมายเหตุ : เมื่อรวมกันทั้งสองส่วนแล้วต้องไม่เกิน 500 บาทต่อคนต่อเดือน และจะโอนให้ภายในวันที่ 15 ของเดือนถัดไป

ข้อมูลจาก คม ชัด ลึก , อีจัน

กางปฏิทิน เช็กวันเงินเข้าบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ เดือนมกราคม 2563 ได้รับเงินช่วยเหลืออะไรบ้าง?

ยังคงเป็นโครงการที่ดำเนินการอย่างต่อเนื่อง สำหรับ “บัตรสวัสดิการแห่งรัฐ” หรือ บัตรคนจน และเมื่อเริ่มปี 2563 ผู้ถือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ อาจสงสัยว่า จะมีเงินเข้าบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ วันที่เท่าไหร่ และ ใ น เ ดื อ น มกราคม 2563 จะได้ รั บ เงินค่าอะไรบ้าง

ล่าสุด (9 มกราคม 2563) ทางเพจ บัตรประชารัฐและเงินอุดหนุนบุตร ได้ให้ข้อมูลว่า

เริ่มแจกเงินตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม 2563

-วงเงินซื้อสินค้าอุปโภค-บริโภค คนละ 200-300 บาทต่อเดือน
ผู้มีสิทธิ์รับเงิน : ทุกคนที่มีบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ (ไม่สามารถกดเป็นเงินสดได้)
หมายเหตุ : ผู้มีรายได้ไม่ถึง 30,000 บาทต่อปี ได้ 300 บาท, ผู้มีรายได้เกิน 30,000 บาทต่อปีขึ้นไป ได้ 200 บาท

-วงเงินซื้อก๊าซหุงต้ม 45 บาท/3 เดือน
ผู้มีสิทธิ์รับเงิน : ทุกคนที่มีบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ (ไม่สามารถกดเป็นเงินสดได้)
ใช้สำหรับเป็นส่วนลดในการซื้อก๊าซหุงต้มจากร้านค้าที่เข้าร่วมโครงการที่ได้รับเครื่องรับชำระเงินอิเล็กทรอนิกส์ (เครื่องรูดบัตร EDC) โดยเงินจะเข้าบัตรทุก 3 เดือน แต่หากไม่ได้ใช้สิทธิ์ภายใน 3 เดือน จะถูกตัดยอดเงินไป

-ค่ารถโดยสารสาธารณะ

ค่าโดยสารรถเมล์ รถไฟฟ้า 500 บาทต่อเดือน (ใช้ชำระค่าโดยสารด้วยระบบ e-Ticket)
ค่าโดยสารรถ บขส. 500 บาทต่อเดือน
ค่าโดยสารรถไฟ 500 บาทต่อเดือน
หมายเหตุ : ถ้าเกิน 500 บาท ต้องออกเงินเพิ่มเติมเอง

ส่วน วันที่ 18 มกราคม 2563

-ค่าน้ำ 100 บาทต่อครัวเรือนต่อเดือน
ผู้มีสิทธิ์รับเงิน : ครัวเรือนที่ใช้น้ำประปาไม่เกินเกณฑ์ที่กำหนด และได้ลงทะเบียนใช้สิทธิ์เรียบร้อย (ตั้งแต่เดือนตุลาคม 2562-กันยายน 2563 ระยะเวลา 11 เดือน)

-ค่าไฟ 230 บาทต่อครัวเรือนต่อเดือน
ผู้มีสิทธิ์รับเงิน : ครัวเรือนที่ใช้ไฟฟ้าไม่เกินเกณฑ์ที่กำหนด และได้ลงทะเบียนใช้สิทธิ์เรียบร้อย (ตั้งแต่เดือนตุลาคม 2562-กันยายน 2563 ระยะเวลา 11 เดือน)
สำหรับผู้ที่ยังไม่ได้ลงทะเบียนเพื่อใช้สิทธิ์ ยังสามารถลงทะเบียนใช้สิทธิ์เพิ่มเติมได้แล้ว

ผ่านช่องทางเว็บไซต์ MEA www.meagate1.mea.or.th
ผ่าน MEA Smart Life Application
Android : ดาวน์โหลด
iOS : ดาวน์โหลด

แต่ต้องชำระยอดค่าไฟฟ้ากับการไฟฟ้านครหลวงก่อน จากนั้นกรมบัญชีกลางจึงจะโอนเงินผ่านบัตรสวัสดิการแห่งรัฐคืนในภายหลังตามจำนวนยอดชำระจริง

นอกจากนี้ ยังได้เงินคืนสูงสุด 500 บาท + ใจดีออมเงินให้
ผู้มีสิทธิ์ได้รับเงิน : ผู้ถือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐทุกคนที่ใช้จ่ายผ่านบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ (ระหว่างวันที่ 1 พฤศจิกายน 2562 – 30 กันยายน 2563)
โดยการคืนเงินภาษีมูลค่าเพิ่ม 7% เข้าบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ จะแบ่งเป็น 2 ส่วน ดังนี้

  1. จำนวน 5% คืนเงินให้ผู้ถือบัตร ด้วยการโอนเข้ากระเป๋าเงินอิเล็กทรอนิกส์ (E-Money) เงินส่วนนี้สามารถนำบัตรคนจนไปกดเป็นเงินสดออกมาใช้ หรือรูดซื้อของตามร้านธงฟ้าฯ และร้านค้าอื่นๆ ที่ร่วมโครงการได้
  2. จำนวน 2% จะแบ่งเป็น 2 ส่วน ส่วนแรก 1% เป็นภาษีมูลค่าเพิ่ม อีกส่วนคือ 1% เก็บเข้าบัญชีกองทุนการออมแห่งชาติ (กอช.) ของผู้ถือบัตร หรือหากไม่มีบัญชีกับ กอช. อาจจะเปิดบัญชีเพื่อสะสมไว้ให้

หมายเหตุ : เมื่อรวมกันทั้งสองส่วนแล้วต้องไม่เกิน 500 บาทต่อคนต่อเดือน และจะโอนให้ภายในวันที่ 15 ของเดือนถัดไป

สรุปให้เห็นภาพง่ายๆ ดังต่อไปนี้

  • ใช้จ่ายผ่านบัตรคนจน 100 บาท ได้คืน VAT 5% เงินจะเข้าบัตรคนจนเดือนถัดไป 5 บาท
  • ใช้จ่ายผ่านบัตรคนจน 500 บาท ได้คืน VAT 5% เข้าบัตรคนจนเดือนถัดไป 25 บาท
  • ใช้จ่ายผ่านบัตรคนจน 1,000 บาท ได้คืน VAT 5% เข้าบัตรคนจนเดือนถัดไป 50 บาท
  • ใช้จ่ายผ่านบัตรคนจน 10,000 บาท ได้คืน VAT 5% เข้าบัตรคนจนเดือนถัดไป 500 บาท
    หมายเหตุ : หากซื้อสินค้าที่ไม่ได้เสีย VAT เช่น ผักสด, เนื้อสด, กับข้าว และอื่นๆ จะไม่ได้รับเงินคืนจากนโยบายนี้

ด้าน นายอุตตม สาวนายน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ระบุว่า โครงการบัตรสวัสดิการแห่งรัฐดำเนินมาตั้งแต่ปี 2560 ขณะนี้มีผู้ถือบัตรกว่า 14 ล้านคน จึงเชื่อว่าผู้ได้รับบัตรสวัสดิการส่วนหนึ่งน่าจะมีศักยภาพในการดำรงชีวิตสูงขึ้น (พ้นจากเส้นความยากจน) จึงจำเป็นต้องมีการปรับข้อมูล ปรับปรุงรายชื่อผู้ได้รับสิทธิเสียใหม่ ขณะเดียวกันจะต้องพิจารณาเป็นรายครัวเรือน เพราะบางคนที่ได้รับสิทธิอาจมีรายได้ไม่มาก แต่อาศัยอยู่ในครอบครัวที่มีรายได้ดี ก็ไม่ควรได้รับสิทธิ และรัฐบาลกำลังจะเปิดให้มีการลงทะเบียนโครงการบัตรสวัสดิการแห่งรัฐอีกครั้ง

โดยในเดือน ม.ค.2563 กระทรวงการคลัง จะเสนอคณะรัฐมนตรี (ครม.) เปิดลงทะเบียนผู้มีรายได้น้อยรอบใหม่ ซึ่งข้อเสนอเบื้องต้นจะนำรายได้ครอบครัวมาใช้เป็นเกณฑ์ประเมินร่วมกับรายได้ส่วนบุคคลที่กำหนดไม่เกิน 100,000 บาทต่อปี

ส่วนข้อมูลบัตรเครดิตและรถยนต์ ยังไม่นำมาพิจารณา อย่างไรก็ตาม หากนำรายได้ครอบครัวมาประเมิน ทำให้ผู้ได้รับบัตรสวัสดิการหายไปส่วนหนึ่ง ขณะเดียวกันพร้อมเปิดให้คนใหม่เข้ามาลงทะเบียนเพิ่มเติมด้วย

นายอุตตม กล่าวเพิ่มเติมด้วยว่า จากเดิมการลงทะเบียนบัตรคนจนเข้าสู่ที่ประชุม ครม. วันที่ 24 ธ.ค.62 แต่ไม่ทัน เพราะต้องปรับแก้ในบางประเด็น เช่น เรื่องการคิดรายได้ครัวเรือนยังไม่ตรงกัน จึงไม่อยากให้เกณฑ์ดังกล่าวไปดึงคนให้เข้ามารับบัตรมากขึ้น เพราะจุดประสงค์คือ คนที่ได้บัตรต้องจนจริงๆ และอยู่ในครอบครัวไม่มีฐานะร่ำรวย หากมีรายได้ ของครอบครัวปีละ 1 ล้านบาท ก็ไม่ควรได้รับบัตรทั้งครอบครัว

ข้อมูลจาก อีจัน , money.kapook.com

เงินพิเศษ สำหรับบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ ที่จะได้รับ เดือน ส.ค.-ก.ย

สำหรับผู้ถือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ ได้เฮแล้วเหตุอีก เมื่อครม. ไฟเขียวมาตรการ กระตุ้นเศรษฐกิจ ก็คือการช่วยเหลือค่าครองชีพ ผ่านบัตรสวัสดิการแห่งรัฐเป็นเวลา 2 เดือนเริ่มตั้งแต่เดือนสิงหาคมถึงเดือนกันยายน พ. ศ. 2562 โดยได้เพิ่ม วงเงินให้กับผู้ถือบัตรเนี่ย 3 กลุ่ม ตั้งแต่ 500 จนถึง 2,600 บาทเลยทีเดียว 1 เงินโบนัสพิเศษเดือนละ 500 ให้จำนวน 2 เดือน รวมเป็น 1,000 บาท

เพื่อไว้ใช้ซื้อสินค้าอุปโภคบริโภค 2 เงินช่วยเหลือผู้สูงอายุเดือนละ 500 ช่วยเหลือจำนวน 2 เดือนรวมเป็น 1,000 บาท 3 เงินอุดหนุนเลี้ยงดูเด็กแรกเกิดเดือนละ 300 กลุ่มผู้มีสิทธิ์นี้ ก็คือผู้ที่มีบุตรตั้งแต่แรกเกิดถึง 6 ขวบและลงทะเบียนโครงการเงินอุดหนุนเพื่อการเลี้ยงดูเด็กแรกเกิด จำนวนเงิน 300 บาท 2 เดือนรวมเป็น 600 บาท

เราจะไปกดเงินวันไหน ก็ดูจากเลข บัตรประชาชน ขึ้นต้นเลขอะไร ก็มาเทียม ตารางข้างบน ก็ให้ไปกดเงินวันนั้น สำหรับผู้ถือบัตร อะไรที่กดเป็นเงินสดได้ หรือกดไม่ได้ ดูที่รูปข้างล่าง เงินที่กดไม่ได้ก็มี เงินซื้อสินค้า อุปโภค-บริโภค, ค่าก๊าซหุงต้ม,ค่าโดยสารรถสาธารณะ ส่วนเงินที่กดเป็นเงินสดได้ ก็จะมี ค่าประปา ค่าไฟฟ้า ค่าเดินทางไปโรงพยาบาล ค่าเช่าบ้านผู้สูงอายุ เบี้ยคนพิการ เงินพิเศษ เงินช่วยเหลือผู้สูงอายุ และเงินอุดหนุดเด็กแรกเกิด

มีข้อสงสัยโทร 021092345 ตั้งแต่เวลา 08.30-17.30 ในวันเวลาราชการ

ข้อมูลจาก 2benews.com